google adsense

วันจันทร์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2557

เที่ยวอุทยานเขาหลัก-ลำรู่ โครตสวยเลยละครับ

อุทยานแห่งชาติเขาหลัก
อุทยานแห่งชาติเขาหลัก-ลำรู่ อยู่ในเขตพื้นที่จังหวัดพังงา  เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่สวยงามมาก และคงเป็นอุทยานเดียวที่สามารถเดินทางไปได้สะดวกสบายง่ายที่สุด เพราะสามารถขับรถไปถึงได้เลย ถ้าไปจากสุราษฎร์ธานี ก็ใช้เส้นทางวิ่งผ่านอุทยานแห่งชาติเขาสก ไปบรรจบถนนเพชรเกษม(หมายเลข 4) ตรงไปถึงที่ทำการอุทยานเขาหลักได้เลย และเส้นทางนี้ยังสามารถเดินทางต่อไปยังจังหวัดภูเก็ตได้ด้วย


หลายๆ คน คงยังจำเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่คลื่นยักษ์ซึนามิถล่มทางทะเลฝั่งตะวันตกในภาคใต้ของประเทศไทยเมื่อเดือนธันวาคมปี 2547 ได้ดี ซึนามิได้ทำความเสียหายในพื้นที่แถบเขาหลักอย่างยับเยิน เพราะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามและมีชื่อเสียง จึงเลี่ยงไม่พ้นที่จะเกิดความสูญเสียอย่างรุนแรง รวมถึงจำนวนของคนที่ตายด้วยก็มีไม่น้อย จนหลายๆ คนไม่กล้าไปเที่ยวเขาหลักเพราะกลัว ....

เรือของตำรวจน้ำลำใหญ่ แต่ฉากหลังถ่ายไกลเลยดูหลอกตา 
แต่เขาหลักวันนี้กลับสุ่สภาพเดิมแล้ว แถมดูเจริญหูเจริญตากว่าที่ผมเคยไปเมื่อก่อนมีเหตุการณ์ซึนามิถล่มมาก แทบไม่เหลือเค้าของมหาวิบัติภัยเลย ทั้งธุรกิจท่องเที่ยว ที่พัก ร้านอาหาร แหล่งช็อปปิ้งก็ดูคึกคักมาก ขนาดมีวิกฤตทางการเมืองที่นักท่องเที่ยวต่างชาติโดนรัฐบาลของประเทศเขาเตือนให้หลีกเลี่ยงและระมัดระวังการมาเที่ยวเมืองไทย จนทำให้นักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาลหลีกหนีไปเที่ยวประเทศอื่นๆ ที่มีศักยภาพใกล้เคียงกันแต่ดูแล้วปลอดภัยกว่า เช่นอินโดนีเซีย ลาว และพม่าแทน ที่เขาหลักก็ยังคงพบเห็นฝรั่งอยู่หลายคน นี่ถ้าเมืองไทยไม่เจอวิกฤตการเมืองซ้ำซากมาหลายปีแบบนี้ แถมมันเลือกช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยวเปิดม็อบกันทุกที คาดว่าธุรกิจท่องเที่ยวของที่นี่และอีกหลายๆ แห่งคงต้องล้มหายตายจากกันบ้างแล้วละ

พูดถึงเรื่องการเมือง ขอนอกเรื่องนิดนึง เดี๋ยวจะเข้าใจผิดลากพากันไปใหญ่ ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องช่วยกันขับไล่และป้องกันคนชั่ว คนเลว คนไม่ดี ไม่ให้มีอำนาจปกครองบ้านเมือง มีโอกาสผมก็พร้อมเอาด้วยช่วยกันทุกรูปแบบทั้งทางลับทางแจ้ง แต่ถ้าเราทำทุกอย่างตามอำเภอใจ เรียกร้องอำนาจจากคนกลุ่มหนึ่งไปให้คนอีกกลุ่มหนึ่ง ย่อมเกิดความเสียหายต่อส่วนรวมในระยะยาวมากๆ มากชนิดประเมินไม่ได้เลยทีเดียว วันนี้เราชนะ พรุ่งนี้พวกแพ้ก็รวมตัวกันเอาอย่าง แล้วจะรบกันไปอีกกี่ปีมันถึงจะจบ พวกนักการเมืองมาแล้วก็ไป พอมีอำนาจก็ไม่เห็นหัวชาวบ้านกันทุกที  ไม่เชื่อลองย้อนกลับไปดูอดีตของผู้แทนเราซิ ทำไมไม่เห็นมีใครออกแรงเพื่อปกป้องสิทธิของเราเอง ไม่ให้ใครมาใช้สิทธิแทนเรา  ทำไมต้องไปยกสิทธิ์ของเราให้คนอื่น ทำไม ทำไม และทำไม  ก็ออกกฎหมายรัฐธรรมนูญให้อำนาจเต็มๆ แก่ประชาชนเจ้าของสิทธิ์ลงชื่อจำนวนหนึ่ง สามารถถอดถอนผู้แทน รวมถึงรมต. และรัฐบาลได้ทันทีภายใน 24 ชั่วโมงถึงไม่เกิน 10 วัน ตัวบทกฎหมายผมเชื่อว่าไม่ทำชั่วแน่นอน แต่คนนี่ซิมันชั่วมันเลวได้สารพัด ทั้งหลีกเลี่ยงหลบหลีกหาช่องโหว่ เขียนกฎหมายวันนี้บอกว่าดี พรุ่งนี้มะรืนนี้มันก็ต้องหาช่องโหว่เจอ ไม่งั้นเขาจะให้สิทธิ์แก้กฎหมายทำไม  ใครไม่ดีก็ให้อำนาจประชาชนลากออกมา กำจัดให้พ้นไปจากอำนาจโดยไม่จำเป็นต้องผ่านกระบวนการทางศาลให้เสียเวลา ก็ประชาชนเจ้าของสิทธิ์ไม่ไว้วางใจแล้ว เรียกร้องสิทธิ์คืนแล้ว จะเอาไว้ทำพระแสงอะไร  ทีนี้คนที่เรียกร้องประชาธิปไตยกัน กล้าให้อำนาจประชาชนเต็มๆ กันจริงหรือเปล่าละ บ้านเมืองมันจะได้จบและเดินหน้ากันซักที ไปดูพม่า ดูลาวซิ เขาคลานแบบเต่าก็จริงแต่เขาแซงกระต่ายขาหักอย่างไทยไปแล้วนะจะบอกให้ อย่าลืม สิทธิ์ของเราก็ควรเป็นของเรา มีโอกาสแล้วก็ต้องรักษาสิทธิ์ของเรา จะไปยกสิทธิ์ของเราให้พวกเสือ สิงห์ กระทิง แรด เอาไปปู้ยี้ปู้ยำทำไม ขอข้อเดียว แค่เพียง มีอำนาจถอดถอนผู้แทนทันทีโดยไม่ต้องสอบสวน กล้าให้หรือเปล่าละ ท่านผู้นำ ทั้งหลาย ที่อ้างกันว่า ทำเพื่อประชาชน ก็ประชาชนเจ้าของสิทธิ์ไม่ไว้วางใจ ทวงคืนแล้ว จะว่าไง ทุกสีทุกกลุ่มล้วนมีความคิดที่ดีตามแนวคิดของตนเอง แต่ดูๆ แล้ว ก็ยังยินดีจะยกสิทธิ์ของตนไปให้คนอื่นมาทำหน้าที่แทนอยู่ร่ำไป วิงวอนเถอะครับ ช่วยเรียกขอแค่เพียงข้อเดียว ขอแค่สิทธิ์ไล่ผู้แทนออกได้ทันทีที่ไม่ไว้วางใจ แกนนำรวมถึงผู้นำทั้งหลายที่บอกว่าทำเพื่อประชาชน ถ้ากล้าให้ ผมจะเอาด้วยและเชียร์สุดใจขาดดิ้น ทุกกลุ่มเลย (หงุดหงิดแล้วนะโว้ย) ขอร้องแหละครับ วาทะกรรมหรือมุมมองที่ว่าคนไทยทุกคนที่ไม่เห็นด้วยกับกลุ่มของตนมันโง่ มันไม่รักบ้านเมือง จริงๆ แล้ว คนไทยมันโง่ขนาดนั้นเลยเหรอ

ทะเลสวยๆ ในที่ทำการอุทยานเขาหลัก
กลับเข้ามาสู่บรรยากาศของเขาหลักกันต่อดีกว่า  ถ้าไม่เห็นเรือ ต.813 ของตำรวจน้ำที่ถูกน้ำพัดพามาขึ้นบกไกลจากทะเลนับกิโลเมตร  และกำลังได้รับพัฒนาเป็นอนุสรณ์สถานเตือนใจเหตุการณ์ซึนามิและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวไปในตัว ก็แทบจะไม่รู้เลยว่าอดีตของที่เขาหลักนี้ เมื่อเพิ่งผ่านมาไม่กี่ปีมานี่เองมันถูกคลื่นยักษ์ซัดซะอ่วมอรทัยแทบจะบอกได้ว่าเป็นเมืองที่ตายไปเลยก็ได้ สำหรับคนที่(ไม่)ชอบกลัวผี บอกได้คำเดียวว่า กลิ่นอายของเขาหลักวันนี้ไม่หลงเหลือความน่ากลัวเหลืออยู่เลย แถมกลับดูแล้วเจริญหูเจริญตาน่ามาพักผ่อนเป็นอย่างยิ่ง ทะเลสวยมากๆ น้ำก็ใสเหมือนกระจก ทรายก็เม็ดขาวร่วนละเอียดยิบ (แหมอยากให้หาดที่หน้าบ้านผมสวยแบบนี้บ้างจังเลย) ชนิดภาพวาดฝีมือเยี่ยมของจิตรกรเอกก็คงยากที่จะถ่ายทอดออกมาได้เหมือน แต่การเที่ยวทะเลมันมีฤดูกาลอยู่นะครับ ต้องเช็คให้ดีก่อนเดินทาง

บรรยากาศหน้าห้องพักของอุทยานเขาหลัก
โคตรแจ่มเลย
ที่เขาหลักมีรีสอร์ทให้เลือกพักเยอะแยะมากมาย ถ้าริมหาดก็แพงหน่อย ไกลหาดก็ถูกหน่อย เมื่อประมาณปี 2545 ผมเคยมาเที่ยวกับแฟนตอนนั้นค่าที่พักริมหาดมีตั้งแต่ 3,000 - หมื่นกว่าบาท (โคตรแพงเลย555) แต่มาวันนี้ เชื่อว่ามาตรการกระตุ้นให้คนมาเที่ยวที่เขาหลัก ที่พักแต่ละแห่งพยายามดึงลูกค้าคงจะได้ห้องพักในราคาที่ถูกลง ผมเองก็ไม่มีเวลาสำรวจเพราะอยากนอนแช่น้ำทะเลเต็มแก่แล้ว เสียดายอยู่นิดที่ดันไม่ได้พกเรือยางติดรถมาด้วย ไม่อย่างนั้นก็แจ่มเลย ตัดสินใจใช้บริการที่พักของอุทยานฯ ซึ่งมีให้บริการอยู่ 6 หลัง มีราคา 800 , 1,200 และ 1,600 บาทให้เลือก ตามขนาดของบ้าน


บ้านพักของอุทยาน เขาหลัก
ผมว่าที่พักของอุทยานฯ ค่อนข้างจะอยู่ในทำเลที่ได้เปรียบ ก็มันเป็นของรัฐ ได้เลือกทำเลก่อนใครเขา แถมมีงบประมาณมาดูแล แถมยังเป็นอุทยานที่ร่มรื่น บอกได้เลยว่า โคตรสบายและบรรยากาศดีมาก ใครที่ต้องการฮันนีมูน ไม่ต้องถ่อสังขารไปต่างประเทศก็ได้ ทำเลที่โคตรสวยในเมืองไทยมีอยู่เยอะแยะมากมาย ได้อุดหนุนคนไทย ที่สำคัญ เราพูดภาษาเดียวกัน ถึงแม้หลังๆ จะคุยกันไม่ค่อยรู้เรื่องก็เถอะ (ป๊าด ไปซะอีกแล้ว ) นอกจากค่าใช้จ่ายที่อย่างไรก็ตามต้องถูกกว่าไปเที่ยวต่องประเทศมากมายอยู่แล้ว ยังได้กินอาหารไทยต่างถิ่นที่มีความแปลกและอร่อยไปในอีกรูปแบบ ได้พบเห็นและได้สัมผัสเมืองไทยในอีกรูปแบบที่เราคงไม่เคยเห็น การเดินทางก็สะดวกสบาย ไม่ต้องกลัวว่าใครจะมาดูแคลนเหยียดหยามเพราะเราก็เป็นเจ้าของประเทศของเราเอง

รอยเท้ามหัศจรรย์
ภายในที่ทำการของอุทยานก็มีร้านอาหารสวัสดิการ ราคาก็ไม่ถือว่าแพง ถ้าเทียบกับร้านอาหารข้างนอกเขตอุทยาน ร้านอาหารสวัสดิการถือว่าราคาค่อนข้างถูกด้วยซ้ำ แต่บอกว่าขอสั่งปูทะเลเผาตัวใหญ่ๆ ราคาไม่เกิน 120 บาทจึงจะถือว่าราคาถูก อย่างนั้นมันก็เกินไป ต้มมาม่ากินอยู่ที่บ้านนะดีแล้ว แค่ 6-7 บาทเอง หุหุหุ

ภายในเขตอุทยานฯ เขาหลัก นอกจากจะมีหาดทรายที่สวยงามแล้ว ยังมีเส้นทางเดินให้ศึกษาธรรมชาติที่สวยงาม ร่มรื่น แต่เรียกเหงื่อได้พอแรงเหมือนกัน เพราะต้องเดินคดเคี้ยวไปตามทางเลียบเขา แต่สัญญลักษณ์อย่างหนึ่งที่ไม่ควรพลาดนั่นคือ รอยเท้ามหัศจรรย์ ที่เกิดจากการยุบตัวของหินธรรมชาติเป็นรูปรอยเท้า ซึ่งคงเกิดขึ้นมานานหลายพันหลายหมื่นปีแล้วแหละ เหมือนกับเตือนให้เราสำนึกไว้เลยว่า เฮ้ย มาเที่ยวที่นี่ สูเจ้าทิ้งไว้ได้แต่รอยเท้านะโว้ย ขยะทั้งหลายที่สูเจ้าบ้าขนมามากมายก่ายกองเอากลับไปซะด้วย อย่าทิ้งไว้นะโว้ยเฮ้ย อะไรประมาณนั้น  อันนี้ผมว่าของผมเอง อย่าถือสานะครับ เพราะผมดูถูกและเกลียดมากๆ กับพวกไม่ค่อยมีสมอง ไม่ค่อยมีสำนึก และมักง่าย  มีบุตรหลานต้องช่วยกันสั่งกันสอนนะครับว่าเกิดเป็นคนอย่ามักง่าย ทิ้งอะไรเรื่อยเปื่อย ไม่อย่างนั้นบาปกรรมจะตามสนองให้เจ้าต้องถูกคนที่รักทิ้ง โอม เพี้ยง! ส่วนคนเราโตๆ แล้ว ถ้ายังไม่มีสำนึก ก็ค่อยตามไปใช้เวรกันต่อๆ ไป ทั้งในภพนี้และภพหน้า (อารายว้า วันนี้ทำไมอารมณ์และสำนวนมันถึงดุเดือดนัก สงสัยเครียด ไปนอนแช่น้ำทะเลแก้กลุ้มดีกว่า แล้วค่อยเจอกันใหม่ครับ)
ข้อมูลโดย
ศักดิ์เพ็ชร เรืองแพ


ไม่มีความคิดเห็น: