วันพุธที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

พาไปเช็คอินสะพานแขวนภูเขารูปหัวใจ สุราษฎร์ธานี

สะพานแขวนภูเขารูปหัวใจ
 สะพานแขวนภูเขารูปหัวใจ มีชื่อเป็นทางการว่าสะพานแขวนเขาพังหรือรู้จักกันในชื่อสะพานแขวนเขาเทพพิทักษ์ อยู่ที่อำเภอบ้านตาขุน ก่อนถึงทางเข้าเขื่อนรัชชประภาเล็กน้อย เป็นจุดเช็คอินถ่ายรูปสวยต้องห้ามพลาดอีก 1 แห่ง ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี 

สะพายแขวนภูเขารูปหัวใจ จังหวัดสุราษฎร์ธานี

สะพานแขวนภูเขารูปหัวใจ มีความโดดเด่นที่ตัวสะพานซึ่งใช้ลวดสลิงขนาดใหญ่ขึงยึดกับเสาคอนกรีตเป็นสะพานแขวนข้ามคลองพะแสงระยะทางยาวประมาณ 120 เมตร  เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้ใช้เดินทางข้ามคลองพะแสง โดยด้านหลังของสะพานเป็นที่ตั้งของภูเขาเทพพิทักษ์ที่มียอดเขารูปร่างคล้ายหัวใจมาก ทำให้เป็นทัศนียภาพที่สวยงามและแปลกตา เป็นจุดชมวิวถ่ายรูปที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเช็คอินมากที่สุดแห่งหนึ่งเมื่อเดินทางไปเยือนเขื่อนรัชชประภาหรือที่รู้จักในท้องถิ่นว่าเขื่อนเชี่ยวหลาน

สะพานแขวนภูเขารูปหัวใจ อำเภอบ้านตาขุน สุราษฎร์ธานี

การเดินทางไปสะพานแขวนภูเขารูปหัวใจ ให้ขับรถไปจนถึงทางเข้าเขื่อนรัชชประภาแล้วเลี้ยวขวาข้ามสะพานคลองพะแสง ตรงไปเรื่อยๆ ก่อนถึงเขื่อนเชี่ยวหลานจะมีป้ายบอกทางแยกซ้ายมือไปสะพานแขวนเขาพัง  

ร้านอาหารริมคลอง ติดสะพานแขวนภูเขารูปหัวใจ
ติดกันกับสะพานแขวนภูเขารูปหัวใจ มีร้านอาหารอร่อยราคาไม่แพงชื่อครัวริมคลอง  นักท่องเที่ยวโดยเฉพาะท่านที่ไปพักค้างคืนที่แพกลางน้ำในเขื่อนรัชชประภา ปกติจะกลับมาถึงท่าเรือประมาณเวลา 10.30 น. แนะนำให้แวะไปถ่ายรูปสวยๆ ที่จุดชมวิวบริเวณสันเขื่อนเชี่ยวหลานก่อนแล้วมาเช็คอินที่สะพานแขวนภูเขารูปหัวใจก็จะเป็นเวลาใกล้เที่ยงพอดี สามารถใช้บริการอาหารที่ครัวริมคลองได้เลย
สะพานแขวนภูเขารูปหัวใจ เขื่อนรัชชประภา สุราษฎร์ธานี
สนใจจัดทริปเที่ยวทุกรูปแบบ ทั้งจัดสัมมนาดูงาน นำเที่ยวทั้งกรุ๊ปใหญ่และแบบไพรเวทเที่ยวแบบกรุ๊ปเล็กส่วนตัว  ให้บริการนำเที่ยวแบบครบวงจร นำเที่ยวโดยคนพื้นที่ชำนาญเส้นทาง พาเที่ยวแบบวีไอพี กิจกรรมสนุก กินอาหารอร่อย เลือกที่นอนสบาย บริการแบบมืออาชีพด้วยมาตรฐานบริษัททัวร์ได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 084-625-9929

สมัครเป็นเพื่อนทางไลน์ หรือช่องทาง https://lin.ee/dcUb0ed จะได้ไม่พลาดข่าวสารใหม่ๆ และ โปรโมชั่นทัวร์โดนๆ  รวมถึงความคืบหน้าโครงการบ้านสวนสำหรับวันเกษียณที่อัพเดทความคืบหน้าทุกๆ วัน

เขียนโดย ศักดิ์เพ็ชร  เรืองแพ

ไม่มีความคิดเห็น: