วันจันทร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

วัดสวนโมกขพลาราม สุราษฎร์ธานี

วัดสวนโมกขพลาราม
 วัดสวนโมกขพลาราม เดิมทีวัดสวนโมกขลารามอยู่ที่ตำบลพุมเรียง อำเภอไชยา ซึ่งเป็นวัดร้างมาก่อนชื่อว่าวัดตระพังจิก เมื่อท่านพุทธทาสมาจำพรรษาและได้ใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม เห็นว่าบริเวณวัดมีต้นโมกและต้นพลาเยอะ  โดยต้นโมกมีชื่อพ้องกับคำว่าโมกะ แปลว่าหลุดพ้น  ต้นพลาพ้องกับคำว่า พละ แปลว่ากำลัง เมื่อผนวกกับคำว่าอารามที่แปลว่าที่ร่มรื่นหรือที่รื่นรมย์ ท่านจึงตั้งชื่อวัดตระพังจิกใหม่ว่า สวนโมกขพลาราม ซึ่งแปลได้ว่า สวนป่าอันเป็นกำลังหลุดพ้น 

ท่านพุทธทาสภิกขุ
เมื่อท่านพุทธทาสจำพรรษาอยู่ที่วัดสวนโมกขพลารามเดิมที่ตำบลพุมเรียงเป็นระยะเวลาหนึ่ง เห็นว่าพื้นที่วัดค่อนข้างจำกัด จึงได้ย้ายไปสร้างวัดสวนโมกขพลารามใหม่ในที่ปัจจุบันคือตำบลเลม็ด อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยใช้ชื่อว่าวัดสวนโมกขพลารามเหมือนวัดแรก โดยไม่ได้เลิกการใช้ชื่อวัดสวนโมกขพลารามที่วัดพระพังจิก ดังนั้นวัดสวนโมกขพลารามที่ตั้งโดยท่านพุทธทาสภิกขุจึงมี 2 แห่งที่ตำบลพุมเรียง 1 แห่ง และตำบลเลม็ดอีก 1 แห่ง และทั้ง 2 วัดก็ยังคงเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมตามแนวทางของท่านพุทธาสภิกขุมาจนถึงทุกวันนี้ แต่คนทั่วๆ ไปจะรู้จักและให้ความสนใจเฉพาะวัดสวนโมกขพลารามที่ตำบลเลม็ดที่ชาวท้องถิ่นนิยมเรียกว่าวัดธารน้ำไหล จนวัดสวนโมกขพลารามเดิมที่ตำบลพุมเรียงมีคนรู้จักน้อยมาก ยกเว้นคนในพื้นที่และคนเก่าแก่ดั้งเดิมเท่านั้น
.
วัดสวนโมกขพลาราม
ดังนั้นในที่นี้จึงขอพูดถึงวัดสวนโมกขพลารามที่ตำบลเลม็ด อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี หรือที่นิยมเรียกอีกชื่อว่าวัดธารน้ำไหล  วัดนี้ตั้งขึ้นมาโดยท่านพุทธทาสภิกขุ เมื่อ พ.ศ.2502 เพื่อเป็นสถานที่แสวงหาความสงบและศึกษาธรรม เน้นเผยแพร่หลักธรรมคำสอนที่เป็นแก่นแท้ของพระพุทธศาสนา จึงทำให้มีทั้งคนไทยและชาวต่างประเทศสนใจมาเรียนรู้หลักธรรมของพระพุทธเจ้ากันมาก 
สิ่งที่น่าสนใจในวัดสวนโมกขพลาราม
1 กุฎิอาจริยบูชาท่านพุทธทาส หรือเรียกว่ากุฎิท่านอาจารย์  ภายในกุฏิมีรูปหล่อพุทธทาสภิกขุให้ได้เคารพระลึกถึงคุณงามความดีที่ท่านมีต่อพุทธศาสนา 
ลานหินโค้ง วัดสวนโมกขพลาราม
 2 ลานหินโค้ง เป็นที่ประกอบศาสนกิจของพระสงฆ์และผู้มาปฏิบัติธรรม  ลานหินโค้งถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของสวนโมกข์ ที่เอื้อต่อการศึกษาปฏิบัติธรรมมากที่สุด สะท้อนแนวคิดของท่านพุทธทาสภิกขุว่า มาสวนโมกข์ต้องได้พูดคุยกับต้นไม้ ก้อนหิน และได้เรียนรู้เรื่องธรรมะที่ปรุงแต่งและไม่ปรุงแต่ง ตั้งแต่แรกสร้างวัดสวนโมกขพลารามจนถึงปัจจุบันลานหินโค้งใช้ในกิจกรรมมากมายทางศาสนาเช่น ตักบาตรสาธิต ทำวัตรสวดมนต์ แสดงธรรมแก่ฐาติโยม นั่งวิปัสสนา  เป็นต้น
โรงมหรสพทางวิญญาณ
3 โรงมหรสพทางวิญญาณ เป็นอาคารสองชั้น ภายนอกอาคารมีภาพแกะสลักชุดพุทธประวัติโดยรอบตัวอาคาร บริเวณด้านข้างอาคารมีก้อนหินวางเป็นระยะ ส่วนภายในโรงมหรสพทางวิญญาณบนผนังและเสาของอาคารมีภาพปริศนาธรรมมากมาย รวมถึงการแสดงภาพของท่านพุทธทาสเมื่อครั้งเดินทางไปประเทศอินเดีย เมื่อ ปี พ.ศ. 2498 
สระนาฬิเกร์
4 สระนาฬิเกร์และธารน้ำไหล ภายในวัดมีเกาะเล็กๆ กลางสระน้ำรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า สระกว้างประมาณ 100 เมตร ยาวประมาณ 200 เมตร ตรงกลางสระมีเกาะเล็กๆ มีเนื้อที่ประมาณ 5 ตารางเมตร มีต้นมะพร้าวเล็กๆ ปลูกอยู่หนึ่งต้น ท่านพุทธทาสตั้งใจให้สระนาฬิเกร์นี้ เป็นสื่อในการสอนธรรมะอีกอย่างหนึ่งว่า “นิพพานนั้นอยู่ท่ามกลางวัฏฏะสงสาร”
ภาพปริศนาธรรมในโรงมหรสพทางวิญญาณ
5 อาคารรูปเรือสำเภา มี 2 ลำ อยู่ใกล้ๆ กับโรงมหรสพทางวิญญาณ ลำแรกชื่อว่า ธรรมวารีนาวาอิสรกุลนฤมิต เป็นอาคารอเนกประสงค์ “อุปมาเหมือนเป็นเรือข้ามฟากหรือข้ามวัฏสงสารให้พ้นจากความทุกข์ ข้ามฟากจากความมีทุกข์ไปสู่ความไม่มีทุกข์ จากความโง่ไปสู่ความฉลาดอิงกับพุทธปรัชญา นาวาแห่งธรรมนำสรรพสัตว์ข้ามห้วงแห่งทุกข์” ลำที่ 2 ชื่อว่า เรือใหญ่หรือธรรมวารีนาวา  “ชั้นล่างเป็นที่เก็บน้ำฝน ชั้นบนเป็นศาลาอเนกประสงค์สำหรับประชุม ฟังเทศน์เวลาฝนตก ที่หัวเรือเป็นที่ตั้งของห้องสมุดโมกขบรรลัย”
ภาพแสดงกิจกรรม เมื่อครั้งท่านพุทธทาสเดินทางไปประเทศอินเดีย
6 โบสถ์บนเขาพุทธทอง ตั้งอยู่บริเวณพื้นที่กลางแจ้งบนเขาพุทธทอง เป็นที่ตั้งอุโบสถแบบสวนโมกข์ เป็นโบสถ์พื้นดินตามธรรมชาติอย่างที่เคยมีในครั้งพุทธกาล ธรรมชาติที่มีอยู่โดยรอบบริเวณ เปรียบเสมือนอาคารของโบสถ์ มีเสาปักไว้โดยรอบกำหนดเขต เพื่อใช้เป็นที่ประกอบสังฆกรรม
ลานหินโค้ง วัดสวนโมกขพลาราม
การเดินทางไปสวนโมกขพลาราม  ซึ่งถือเป็นสถานปฏิบัติธรรมชั้นแนวหน้าของเมืองไทยเป็นแหล่งบ่มเพาะเรียนรู้พระพุทธศาสนาที่มีผู้ศรัทธาจำนวนมาก ภายในอาณาบริเวณของสวนโมกขพลารามมีทั้งความสงบและร่มรื่นเหมาะสำหรับการปฏิบัติธรรม กล่อมเกลาจิตใจและศึกษาพระพุทธศาสนา มีโรงมหรสพทางวิญญาณ ซึ่งประกอบด้วยภาพศิลป์ บทกวี คติธรรมคำสอนในพุทธศาสนานิกายต่างๆ มากมาย รวมถึงได้เรียนรู้พุทธประวัติจากภาพจำลองและจากภาพหินสลักเกี่ยวกับพุทธประวัติในอินเดีย  
นศ.แผนกท่องเที่ยว นำทัศนศึกษาสวนโมกขพลาราม
ดังนั้นการไปให้ถึงสวนโมกขพลารามเพื่อให้ได้ประโยชน์ยิ่งขึ้นในระยะเวลาอันสั้น สามารถใช้บริการมัคคุเทศก์น้อย โดยให้นักศึกษาแผนกท่องเที่ยวของวิทยาลัยการอาชีพไชยาซึ่งเป็นลูกหลานชาวไชยาที่ศึกษาข้อมูลของสวนโมกขพลารามเป็นอย่างดี เป็นผู้นำชมและอธิบายเรื่องราวต่างๆ ของสิ่งที่น่ารู้น่าศึกษาของสวนโมกขพลาราม รวมทั้งปริศนาธรรมมากมายที่แฝงอยู่ในความเป็นสวนโมกขพลารามแหล่งศึกษาธรรมที่ท่านพุทธทาสภิกขุปราชญ์ของโลกตั้งใจทิ้งธรรมะอันเป็นแก่นแท้ของพระพุทธศาสนาไว้เป็นมรดกสมบัติคนทั้งโลก เพื่อจะได้ประโยชน์จากการไปเยือนวัดสวนโมกขพลารามมากยิ่งขึ้น โดยสามารถติดต่อได้ที่ โทร. 084-625-9-29
ภาพปริศนาธรรม ในโรงมหรสพทางวิญญาญ
ติดต่อวัดสวนโมกขพลาราม เปิดให้คนทั่วไปเข้าไปศึกษาธรรมะฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ตั้งแต่เวลา 06.00 -18.00 น. สามารถติดต่อทางวัดสวนโมกขพลารามได้ที่โทร.  077-431-661

สนใจจัดทริปเที่ยวทุกรูปแบบ ทั้งจัดสัมมนาดูงาน นำเที่ยวทั้งกรุ๊ปใหญ่และแบบไพรเวทเที่ยวแบบกรุ๊ปเล็กส่วนตัว  ให้บริการนำเที่ยวแบบครบวงจร นำเที่ยวโดยคนพื้นที่ชำนาญเส้นทาง พาเที่ยวแบบวีไอพี กิจกรรมสนุก กินอาหารอร่อย เลือกที่นอนสบาย บริการแบบมืออาชีพด้วยมาตรฐานบริษัททัวร์ได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 084-625-9929

เขียนโดย ศักดิ์เพ็ชร  เรืองแพ

ไม่มีความคิดเห็น: