วันเสาร์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

เจ้น้อยส้มตำด่านซ้าย สารพัดเมนูส้มตำน่ากินจังหวัดเลย

เจ้น้อยส้มตำ ด่านซ้าย จังหวัดเลย
 ส้มตำเจ้น้อย เป็นร้านส้มตำขึ้นชื่อของอำเภอด่านซ้ายจังหวัดเลย โดดเด่นที่เป็นร้านสารพัดเมนูส้มตำมีให้เลือกกินเยอะมาก เป็นร้านใหญ่มีลูกค้าไปอุดหนุนเยอะ ผมมีทัวร์ผ่านไปทางภูเรือและเชียงคานที่ไรต้องมีแผนพาลูกทัวร์แวะกินอาหารอีสานอร่อยๆ ที่ร้านส้มตำเจ้น้อยทุกครั้ง 

ร้านเจ้น้อย ส้มดำ อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย
เมนูเด็ดของร้านเจ้น้อยส้มดำ อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย คือส้มตำสารพัดชนิดที่เลือกสั่งเลือกกินได้ตามอัทธยาศัย  ทางร้านส้มตำเจ้น้อยมีหมูย่างเป็นอาหารขึ้นชื่ออีกหนึ่งอย่างที่น่ากินมากแนะนำให้สั่งมากินได้เลยไม่ผิดหวังแน่ๆ นอกจากนี้ก็มีไก่ย่าง ซุปหน่อไม้ ปลาดุกย่างและอาหารให้เลือกกินอีกหลายอย่างที่คนทางอีสานชอบกินกัน 
ร้านเจ้น้อย ส้มดำ อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย
ราคาอาหารของร้านส้มตำเจ้น้อย โดยรวมถือว่าไม่แพงราคาค่อนข้างราคาถูกด้วยซ้ำถ้าเทียบกับการไปกินในร้านอาหารทั่วๆ ไป ที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน  ถ้าเป็นช่วงเวลาใกล้เที่ยงร้านส้มตำเจ้น้อยจะมีลูกค้าค่อนข้างเยอะมาก ดังนั้นถ้าตั้งใจไปกินในช่วงเวลาใกล้เที่ยงแนะนำให้สั่งอาหารและจองโต๊ะล่วงหน้าจะดีกว่า ไปถึงจะได้มีโต๊ะนั่งและไม่ต้องเสียเวลารอนาน
เจ้น้อยส้มตำ ด่ายซ้าย จังหวัดเลย
การเดินทางไปร้านส้มตำเจ๊น้อย อยู่ที่ตำบลด่านซ้าย อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ร้านอยู่ติดกับโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชด่านซ้าย ถึงร้านส้มตำเจ้น้อยแล้วสังเกตุไม่ยาก มีสัญลักษณ์ผีตาโขนกับชื่อร้านเจ้น้อยส้มตำมองเห็นแต่ไกล ร้านส้มตำเจ้น้อยเปิดบริการทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น. เบอร์โทร.ติดต่อร้านส้มตำเจ้น้อยคือ 091-367-1500  , 0807628377 และ 042891341

ร้านส้มตำเจ๊น้อย อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย
 สนใจจัดทริปเที่ยวทุกรูปแบบ ทั้งจัดสัมมนาดูงาน นำเที่ยวทั้งกรุ๊ปใหญ่และแบบไพรเวทเที่ยวแบบกรุ๊ปเล็กส่วนตัว  ให้บริการนำเที่ยวแบบครบวงจร นำเที่ยวโดยคนพื้นที่ชำนาญเส้นทาง พาเที่ยวแบบวีไอพี กิจกรรมสนุก กินอาหารอร่อย เลือกที่นอนสบาย บริการแบบมืออาชีพด้วยมาตรฐานบริษัททัวร์ได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 084-625-9929

เขียนโดย ศักดิ์เพ็ชร  เรืองแพ

วันศุกร์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

ทานอาหารในแพ ล่องต้นน้ำเจ้าพระยา

ล่องแพกินอาหารกลางแม่น้ำเจ้าพระยา จังหวัดนครสวรรค์
จังหวัดนครสวรรค์ มีแหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมน่าสนใจมากมาย เป็นจุดเริ่มต้นก่อกำเนิดแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีแม่น้ำ 4 สาย ปิง วัง ยม น่าน มารวมกัน จึงเป็นเมืองที่มีความอุดมสมบูรณ์ทั้งทรัพยากรและแหล่งรวมวัฒนธรรมที่หลากหลาย และหนึ่งในกิจกรรมไฮไลท์ต้องห้ามพลาดคือการนั่งแพทานอาหารและชมความสวยงามของแม่น้ำเจ้าพระยาไปด้วย โดยเฉพาะเวลาช่วงโพล้เพล้จนถึงหัวค่ำ เป็นจังหวะเวลาที่น่าสนใจมากทีเดียว

แพอาหาร ล่องแม่น้ำเจ้าพระยา จังหวัดนครสวรรค์
แพอาหารที่พานักท่องเที่ยวล่องชมแม่น้ำเจ้าพระยา มีผู้ให้บริการอยู่หลายราย แต่เพื่อความสะดวกควรโทรประสานงานจองโต๊ะและเวลาล่วงหน้าจะดีที่สุด เพราะเราต้องสั่งอาหารให้เสร็จก่อนที่เรือจะลากแพเริ่มต้นพาทัวร์แม่น้ำเจ้าพระยา 
เรือเล็กที่ลากแพอาหารนำทัวร์ชมในแม่น้ำเจ้าพระยา
เมื่อได้เวลาตามรอบที่แพจะออกจากท่า จะมีเรือเล็กลากแพพาทวนแม่น้ำเจ้าพระยาขึ้นไปอย่างช้าๆ ให้เราได้ชมบรรยากาศและวิถีชีวิตของคนริม 2 ฝั่งเจ้าพระยา กินไปด้วยดูวิวไปด้วยระหว่างนั้นก็มีเพลงเบาๆ จากนักร้องคอยขับกล่อมให้เราเพลิดเพลินหรือถ้านึกสนุกนักท่องเที่ยวจะออกไปโชว์ลูกคอสร้างสีสันและความครื้นเครงกันเองก็ยังได้ 
ร่วมสนุก ร้องเพลงไปด้วย กินอาหารไปด้วย บนแพที่พาชมต้นกำเนิดแม่น้ำเจ้าพระยา

บรรยากาศในการล่องแพทานอาหารในแม่น้ำเจ้าพระยาของจังหวัดนครสวรรค์  ถือว่าดีทีเดียว โดยเฉพาะถ้าไปช่วงเย็นใกล้มืดจะได้เห็นวิวทิวทัศน์และแสงสีของชุมชน 2 ฝั่งเจ้าพระยาใน 2 บรรยากาศทั้งก่อนมืดและช่วงโพล้เพล้ที่มีแสงสีสวยงาม เรือจะลากแพอาหารเคลื่อนไปในน้ำอย่างช้าๆไปจนถึง สะพานเดชาติวงศ์ซึ่งเวลากลางคืนจะเปิดไฟดูสวยมาก จากนั้นจึงเลี้ยวแพลากกลับสู่ท่าเรือ รวมเวลาในแต่ละรอบประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่งซึ่งถือว่ากำลังดีทีเดียว ไม่เร็วไปและไม่ช้าไป

ระหว่างที่แพเริ่มออกจาท่าอาหาร  จะมีวีดีทัศน์แนะนำจังหวัดนครสวรรค์ สะพานเดชาติวงศ์ และแม่น้ำเจ้าพระยา น่าฟังและน่าดูทีเดียว ถือว่าคุ้มมากกับนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการ  ได้ทั้งความอิ่มอร่อย ความสนุกสนานเพลิดเพลิน แล้วยังได้ความรู้เกี่ยวกับจังหวัดนครสวรรค์กลับบ้านไปด้วย
อาหารบนแพ ที่ต้องสั่งล่วงหน้าก่อนแพออกจากท่าบริการ
ทริปนี้เราเดินทางโดยใช้บริการของแพ 4 แคว บริการดีมาก อาหารก็อร่อย โดยเฉพาะเมนูเด็ดของทางร้านที่ต้องแนะนำให้สั่งกินเลยได้แก่ แกงคั่วเนื้อปลาทรายเห็ดถอบ , ปลากดคังผัดฉ่า , ต้มส้มปลาม้า , พล่ากุ้งแม่น้ำ ซึ่งเป็นอาหารขึ้นชื่อของทางร้านแพ 4 แคว และยังมีอาหารอีกหลายเมนูซึ่งล้วนอร่อยทั้งนั้น และราคาก็ไม่แพงอาหารส่วนใหญ่ราคาจานละร้อยกว่าบาท มีบ้างบางเมนูที่ราคาสองร้อยบาทหรือมากกว่านั้น โดยเมื่อเทียบกับคุณภาพของอาหารและบริการที่ได้รับแล้วถือว่าคุ้มค่ามาก
อาหารบริการบนแพ ต้องสั่งออเดอร์ล่วงหน้าก่อนแพออกจากท่าเท่านั้น
เน้นย้ำว่าอาหารที่เราจะสั่งมากินบนแพ ทางร้านต้องเตรียมและเสริฟจากครัวของร้านอาหารที่ท่าเรือเท่านั้น จะไม่มีการปรุงอาหารบนแพ นักท่องเที่ยวจึงต้องสั่งอาหารให้เรียบร้อยก่อนแพออกจากท่า แต่สำหรับเครื่องดื่มมีจำหน่ายบนแพสามารถสั่งเพิ่มเติมภายหลังได้
สนใจทานอาหารในแพล่องแม่น้ำเจ้าพระยาของ  ร้านอาหารแพสี่แคว
ร้านอาหารแพ 4 แคว ตั้งอยู่ที่ถนนริมเขื่อนแม่น้ำเจ้าพระยา อ.เมือง จ. นครสวรรค์ แต่เพื่อความสะดวกในการรับบริการจองโต๊ะและรายการอาหารล่วงหน้าจะดีที่สุด โดยติดต่อได้ที่เบอร์โทร. 056-227-701 และ 086-6743003 โดยร้านอาหารเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา  11.00 – 23.30 น. 
ทานอาหาร แพ 4 แคว ล่องแม่น้ำเจ้าพระยา
 สนใจจัดทริปเที่ยวทุกรูปแบบ ทั้งจัดสัมมนาดูงาน นำเที่ยวทั้งกรุ๊ปใหญ่และแบบไพรเวทเที่ยวแบบกรุ๊ปเล็กส่วนตัว  ให้บริการนำเที่ยวแบบครบวงจร นำเที่ยวโดยคนพื้นที่ชำนาญเส้นทาง พาเที่ยวแบบวีไอพี กิจกรรมสนุก กินอาหารอร่อย เลือกที่นอนสบาย บริการแบบมืออาชีพด้วยมาตรฐานบริษัททัวร์ได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 084-625-9929

สมัครเป็นเพื่อนทางไลน์ หรือช่องทาง https://lin.ee/dcUb0ed จะได้ไม่พลาดข่าวสารใหม่ๆ และ โปรโมชั่นทัวร์โดนๆ  รวมถึงความคืบหน้าโครงการบ้านสวนสำหรับวันเกษียณที่อัพเดทความคืบหน้าทุกๆ วัน

เขียนโดย ศักดิ์เพ็ชร  เรืองแพ

พระจุฬามณีเจดีย์ มหาเจดีย์ศักดิ์สิทธิ์แห่งนครสวรรค์

มหาเจดีย์จุฬามณี นครสวรรค์
พระมหาเจดีย์จุฬามณี หากนึกถึงจุดชมวิวเมืองที่สวยที่สุดของจังหวัดนครสวรรค์ ต้องนึกถึงวัดคีรีวงษ์บนยอดเขาดาวดึงส์เป็นอันดับต้นๆ ในวันที่ฟ้าเปิดอากาศแจ่มใสสามารถมองไกลไปเห็นถึงบึงบรเพ็ด ต้นแม่น้ำเจ้าพระยา ตลาดปากน้ำโพ และเขาจอมคีรีนาคพรตได้เลย โดยเฉพาะอากาศใกล้มืดช่วงมีแสงอาทิตย์โพล้เพล้บรรยากาศจะยิ่งสวยมาก แต่บนเขาดาวดึงส์ไม่ได้มีเฉพาะจุดชมวิวสวยๆ เท่านั้น ยังเป็นที่ตั้งประดิษฐานองค์มหาเจดีย์ศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เคารพของชาวจังหวัดนครสวรรค์เป็นอย่างมากนั่นคือ พระจุฬามณีเจดีย์ 

จุดชมวิวเมืองนครสวรรค์ บนยอดเขาดาวดึงษ์
พระจุฬามณีเจดีย์ เป็นเจดีย์ขนาดใหญ่สีเหลืองทองตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่บนยอดเขาดาวดึงส์ เป็นงานสถาปัตยกรรมเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาที่สวยงามมาก   เป็นเจดีย์องค์ใหญ่ภายในแบ่งเป็นสี่ชั้น  ชั้นแรกเป็นที่จุดธูปเทียนบูชา ชั้นที่สองจะมีรูปหล่อพระอริยสงฆ์ขนาดเท่าองค์จริงหลายองค์ด้วยกัน ได้แก่พระพุฒาจารย์โตพรหมรังษี  หลวงปู่ทวดวัดช้างไห้  หลวงพ่อสดวัดปากน้ำ เป็นต้น  และในชั้นที่ 2 ก็มีวัตถุมงคลที่ทางวัดจัดสร้างไว้ให้ผู้ที่สนใจเช่าบูชาด้วย

รูปหล่อพระอริยะสงฆ์ ในชั้นที่ 2 ภายในมหาเจดีย์จุฬามณี
ชั้นที่สามของพระจุฬามณีเจดีย์ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปจำลองที่สำคัญของเมืองไทยหลายองค์เช่น พระแก้วมรกต  พระพุทธชินราช  พระพุทธโสธร พระพุทธรูปวัดไร่ขิง  
ชั้นที่ 3 ภายในพระจุฬามณีเจดีย์
ชั้นที่สี่บนสุดของมหาเจดีย์จุฬามณี  จะมีภาพวาดจิตรกรรมฝาผนังเกี่ยวกับพุทธประวัติ ตรงกลางเป็นที่ ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุไว้บนแท่นเจดีย์องค์เล็ก เพื่อให้ผู้คนได้กราบไหว้บูชา
เจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ
มีโอกาสไปเที่ยวจังหวัดนครสวรรค์ สิ่งแรกที่ควรทำคือไปสักการะพระมหาจุฬามณีเจดีย์เพื่อความสิริมงคล และยังสามารถชมวิวเมืองสวยๆ ของจังหวัดนครสวรรค์ได้ด้วย
พระมหาจุฬามณีเจดีย์ วัดดาวดึงษ์ นครสวรรค์

พระมหาจุฬามณีเจดีย์ วัดดาวดึงษ์ นครสวรรค์

พระมหาจุฬามณีเจดีย์ วัดดาวดึงษ์ นครสวรรค์

พระมหาจุฬามณีเจดีย์ วัดดาวดึงษ์ นครสวรรค์
การเดินทางไปสักการะพระจุฬามณีเจดีย์ ตั้งอยู่ภายในวัดคีรีวงศ์ บนเขาดาวดึงส์  ตำบลปากน้ำโพ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ ทางขึ้นไปบนเขาดาวดึงส์เป็นถนนคอนกรีตอย่างดีระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร รถบัสขนาดใหญ่ก็สามารถขึ้นไปได้ โดยประตูทางเข้าด้านล่างจะเปิดตั้งแต่เวลา 07.00-18.00 น. ทุกวัน ติดต่อสอบทางวัดดาวดึงษ์ได้ที่ โทร 056-222-009 , 056-226-199 และ 056-514-982
พระมหาจุฬามณีเจดีย์ วัดดาวดึงษ์ นครสวรรค์
สนใจจัดทริปเที่ยวทุกรูปแบบ ทั้งจัดสัมมนาดูงาน นำเที่ยวทั้งกรุ๊ปใหญ่และแบบไพรเวทเที่ยวแบบกรุ๊ปเล็กส่วนตัว  ให้บริการนำเที่ยวแบบครบวงจร นำเที่ยวโดยคนพื้นที่ชำนาญเส้นทาง พาเที่ยวแบบวีไอพี กิจกรรมสนุก กินอาหารอร่อย เลือกที่นอนสบาย บริการแบบมืออาชีพด้วยมาตรฐานบริษัททัวร์ได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 084-625-9929

สมัครเป็นเพื่อนทางไลน์ หรือช่องทาง https://lin.ee/dcUb0ed จะได้ไม่พลาดข่าวสารใหม่ๆ และ โปรโมชั่นทัวร์โดนๆ  รวมถึงความคืบหน้าโครงการบ้านสวนสำหรับวันเกษียณที่อัพเดทความคืบหน้าทุกๆ วัน

เขียนโดย ศักดิ์เพ็ชร  เรืองแพ

วันพฤหัสบดีที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

ตักบาตรข้าวเหนียวริมโขงที่เชียงคาน

ตักบาตรข้าวเหนียว เชียงคาน
 ตักบาตรข้าวเหนียว เป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของวัฒนธรรมที่ดีงามทางอีสาน พบเห็นได้ทั่วๆ ไป เป็นกิจกรรมยามเช้าที่คนท้องถิ่นในพื้นที่จะนำข้าวเหนียวนึ่งใหม่ๆ ร้อนๆ พร้อมเครื่องบริวารตามสะดวกมารอใส่บาตรให้พระสงฆ์ เป็นประเพณีที่มีมายาวนานพอๆ  กับวัฒนธรรมอื่นๆ ของภาคอีสาน

ตักบาตรข้าวเหนียว เชียงคาน
การตักบาตรข้าวเหนียวที่เชียงคาน เป็นประเพณีนิยมที่ปฏิบัติสืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน โดยเตรียมข้าวเหนียวนึ่งใหม่ๆ  ที่หุงและแยกออกมาสำหรับไว้ใส่บาตรดดยเฉพาะ เมื่อพระสงฆ์มาถึงแล้วอันดับแรกผู้ที่ตั้งใจใส่บาตรด้วยข้าวเหนียวต้องถอดรองเท้าออกเสียก่อน เหตุเพราะพระสงฆ์เวลาเดินบิณฑบาตรท่านไม่ใส่รองเท้า เราก็ไม่ควรเหนือกว่าท่าน 
ตักบาตรข้าวเหนียว เชียงคาน
ขณะเวลาที่ตักบาตรด้วยข้าวเหนียว  ให้ใช้มือขวาหยิบข้าวเหนียวเป็นก้อนเล็กๆ ใส่บาตรโดยไม่ต้องปั้น ปกติชาวเชียงคานจะไม่นิยมใส่อาหารอื่นๆ ลงไปในบาตรพร้อมข้าวเหนียว แต่อาจจะมีกล้วยหรือขนมบ้างแยกวางลงบนฝาบาตรเพื่อไม่ให้ปนไปกับข้าวเหนียว แต่ที่ไม่นิยมทำเลยคือการนำเงินใส่ลงไปในบาตรของพระเป็นสิ่งที่ไม่สมควรทำเด็ดขาด
ตักบาตรข้าวเหนียวที่เชียงคาน
สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเที่ยวเชียงคานกับทัวร์ของเรา เพื่อความสะดวกทางผู้จัดทัวร์ได้เตรียมชุดข้าวเหนียวสำหรับใส่บาตรพระในตอนเช้าตรู่ เป็นกิจกรรมรับวันใหม่เพื่อความเป็นสิริมงคล และเรียนรู้ร่วมสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นที่งาม
กิจกรรมตักบาตรข้าวเหนียวตอนเช้าตรู่

สนใจจัดทริปเที่ยวทุกรูปแบบ ทั้งจัดสัมมนาดูงาน นำเที่ยวทั้งกรุ๊ปใหญ่และแบบไพรเวทเที่ยวแบบกรุ๊ปเล็กส่วนตัว  ให้บริการนำเที่ยวแบบครบวงจร นำเที่ยวโดยคนพื้นที่ชำนาญเส้นทาง พาเที่ยวแบบวีไอพี กิจกรรมสนุก กินอาหารอร่อย เลือกที่นอนสบาย บริการแบบมืออาชีพด้วยมาตรฐานบริษัททัวร์ได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 084-625-9929

สมัครเป็นเพื่อนทางไลน์ หรือช่องทาง https://lin.ee/dcUb0ed จะได้ไม่พลาดข่าวสารใหม่ๆ และ โปรโมชั่นทัวร์โดนๆ  รวมถึงความคืบหน้าโครงการบ้านสวนสำหรับวันเกษียณที่อัพเดทความคืบหน้าทุกๆ วัน

เขียนโดย ศักดิ์เพ็ชร  เรืองแพ

วันพุธที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

วัดเนรมิตวิปัสสนา วัดสวยน่าเที่ยวที่ด่านซ้ายจังหวัดเลย

วัดเนรมิตวิปัสสนา จังหวัดเลย
วัดเนรมิตวิปัสสนา ตั้งอยู่ที่อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย โดยมีประวัติว่าในปี พ.ศ. 2521  ขณะที่หลวงพ่อมหาพันธ์ สีลวิสุมโธ จำพรรษาอยู่ที่วัดจำปา จังหวัดสุรินทร์  ท่านได้เปรยในที่ประชุมสงฆ์ว่าจะออกธุดงค์ไปเรื่อยๆ แต่ที่ประชุมมีความเห็นว่า หลวงพ่อมีอายุมากแล้วเกรงว่าจะได้รับความลำบาก อยากให้ท่านมีที่พำนักถาวร จะได้เป็นที่อาศัยเนื้อนาบุญให้แก่ญาติโยมทั้งหลาย ซึ่งหลวงพ่อเองก็เห็นชอบด้วย 

วัดเนรมิตวิปัสสนา จังหวัดเลย

ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2522 หลวงพ่อมหาพันธ์ได้เป็นประธานออกเดินธุดงค์พร้อมด้วยคณะสงฆ์ อุบาสก และอุบาสิกา ไปพำนักอยู่ที่พระธาตุศรีสองรัก อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ระหว่างนั้นหลวงพ่อมหาพันธ์ได้ตัดสินใจเลือกเอาภูเปือยซึ่งเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติที่ถูกชาวบ้านบุกรุกทำไร่จนมีลักษณะเป็นภูเขาหัวโล้น โดยได้ขออนุญาตจากทางราชการเพื่อตั้งวัดขึ้น แล้วได้ปลูกป่าอนุรักษ์ไปพร้อมๆ กับการสร้างวัดด้วย

วัดเนรมิตวิปัสสนา จังหวัดเลย

ต่อมาหลวงพ่อมหาพันธ์ ท่านได้มรณภาพภาพลงวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2540  แต่ร่างของท่านไม่เน่าเปื่อย ปัจจุบันถูกเก็บอยู่ใน มณฑปด้านหลังอุโบสถ หลังจากที่หลวงพ่อมหาพันธ์ท่านมรณภาพ  พระครูภาวนาวิสุทธาภรณ์ ได้รับเป็นประธานร่วมกับพุทธบริษัททั้งหลายโดยเฉพาะชาวด่านซ้ายดำเนินการก่อสร้างวัดต่อ ใช้เวลาก่อสร้าง 14 ปี จึงแล้วเสร็จโดยใช้งบประมาณในการก่อสร้างประมาณ 197 ล้านบาท  และต่อมาทางวัดได้เปลี่ยนชื่อเป็น วัดเนรมิตวิปัสสนา  ในปีพ.ศ. 2549

พระประธานในอุโบสถ วัดเนรมิตวิปัสสนา  

อุโบสถวัดเนรมิตวิปัสสนา เป็นอุโบสถทรงไทยที่ก่อสร้างอย่างวิจิตรบรรจง ฝาผนังทำจากศิลาแลง พื้นของอุโบสถปูด้วยหินแกรนิตสีชมพู ภายในมีงานสถาปัตยกรรมลงรักปิดทองและภาพเขียนจิตรกรรมเกี่ยวกับเรื่องราวในพระพุทธศาสนาที่สวยงามมาก พระประธานภายในอุโบสถสร้างเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยที่มีพุทธลักษณะคล้ายกับพระพุทธชินราช  วัดมหาธาตุจังหวัดพิษณุโลกมาก  

ภายในอุโบสถวัดเนรมิตวิปัสสนา
นอกจากความสวยงามด้วยงานปราณีตศิลป์ของปฏิมากรรมภายในอุโบสถของวัดเนรมิตรวิปัสสนา เรายังจะได้เห็นภาพวาดที่งดงามบรรยายเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติ ภาพพระเวสสันดรชาดก และภาพทศชาติ ซึ่งวาดโดยช่างชาวอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย  ใช้เวลาในการวาดภาพทั้งหมดนานถึง 8 ปีจึงเสร็จ โดยในงานจิตรกรรมรอบผนังอุโบสถจะสอดแทรกกากภาพซ่อนไว้ให้ค้นหาอย่างน่าสนใจทีเดียว
ตัวอย่างภาพกากที่หาเจอจากภาพวาดในอุโบสถวัดเนรมิตวิปัสสนา
ภาพกาก หรือกากของภาพในงานศิลป์ของอุโบสถวัดเนรมิตวิปัสสนาไม่ได้หมายถึงภาพไม่ดีหรือเจตนาลบหลู่เรื่องราวในพุทธประวัติ  แต่ภาพกากในความหมายงานศิลปะหมายถึงภาพเขียนส่วนประกอบเล็กๆ ของเรื่องที่ไม่ใช่ตัวละครหลัก และไม่ได้ส่งผลต่อเนื้อเรื่องที่ศิลปินตั้งใจสื่อความหมายในการเล่าเรื่อง  แต่การมีภาพกากอยู่ในฉากด้วยเพื่อเป็นภาพสะท้อนของยุคสมัยว่าผู้คนใช้ชีวิตอย่างไรหรือแม้แต่การตั้งใจแทรกมุขตลกขำขัน  โดยที่ผู้ชมภาพอาจจะมองเห็นหรือไม่เห็นก็ได้ โดยภาพกากไม่ใช่เป็นสิ่งที่เพิ่งมีหรือประดิษฐ์ขึ้นใหม่ในงานภาพวาดสมัยนี้ แต่มีมานานพอๆ กับการพัฒนางานจิตรกรรมฝาผนังเลยทีเดียว
มณฑปพระครูภาวนาวิสุทธิญาณ หรือหลวงพ่อมหาพันธ์
มณฑปพระครูภาวนาวิสุทธิญาณ เป็นมณฑปที่สร้างด้วยศิลาแลง ภายในมณฑปมีหุ่นขี้ผึ้งของหลวงพ่อมหาพันธ์ สีลวิสุทโธ หรือพระครูภาวนาวิสุทธิญาณ ซึ่งเป็นผู้ร่วมกับพุทธศาสนิกชนช่วยกันสร้างวัดเนรมิตวิปัสสนาขึ้นมา และเป็นที่เก็บสังขารของหลวงพ่อมหาพันธ์ที่ไม่เน่าเปื่อยไว้ให้พุทธศาสกนิกชนและลูกศิษย์ได้มากราบไหว้เคารพบูชา
วัดเนรมิตวิปัสสนา อ.ด่านซ้าย จังหวัดเลย
วัดเนรมิตวิปัสสนา  ตั้งอยู่ที่บ้านหัวนายูง ตำบลด่านซ้าย อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย โทรศัพท์ติดต่อ 042-891226 และ 086-8525950
งานศิลป์บนหลังคาอุโบสถวัดเนรมิตวิปัสสนา
สนใจจัดทริปเที่ยวทุกรูปแบบ ทั้งจัดสัมมนาดูงาน นำเที่ยวทั้งกรุ๊ปใหญ่และแบบไพรเวทเที่ยวแบบกรุ๊ปเล็กส่วนตัว  ให้บริการนำเที่ยวแบบครบวงจร นำเที่ยวโดยคนพื้นที่ชำนาญเส้นทาง พาเที่ยวแบบวีไอพี กิจกรรมสนุก กินอาหารอร่อย เลือกที่นอนสบาย บริการแบบมืออาชีพด้วยมาตรฐานบริษัททัวร์ได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 084-625-9929

สมัครเป็นเพื่อนทางไลน์ หรือช่องทาง https://lin.ee/dcUb0ed จะได้ไม่พลาดข่าวสารใหม่ๆ และ โปรโมชั่นทัวร์โดนๆ  รวมถึงความคืบหน้าโครงการบ้านสวนสำหรับวันเกษียณที่อัพเดทความคืบหน้าทุกๆ วัน

เขียนโดย ศักดิ์เพ็ชร  เรืองแพ

สักการะพระบรมธาตุสวี จังหวัดชุมพร

วัดพระบรมธาตุสวี จังหวัดชุมพร
 พระบรมธาตุสวี หรือคนท้องถิ่นนิยมเรียกว่าพระธาตุสวี ตั้งอยู่ที่ตำบลสวี อำเภอสวี จังหวัดชุมพร เป็นพระบรมธาตุเจดีย์หนึ่งในสี่เจดีย์สำคัญของภาคใต้ซึ่งประกอบด้วยพระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราช ,  พระบรมธาตุไชยา , พระมหาธาตุเจดีย์บางแก้ว และพระบรมธาตุสวี  

พระบรมธาตุสวี

พระบรมธาตุสวีปัจจุบันมีอายุกว่า 700 ปี สันนิษฐานว่าน่าจะสร้างขึ้นในสมัยอยุธยาโดยได้รับอิทธิพลจากพระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราชแต่มีขนาดเล็กกว่า แต่ก็สง่างามด้วยงานพุทธศิลป์ 

ศาลพระเสื้อเมือง
มีตำนานเล่าเกี่ยวกับพระบรมธาตุสวีว่า ครั้งหนึ่งพระเจ้าศรีธรรมาโศกราชเสด็จยกทัพมาถึงเขตอำเภอสวี ได้พบเหตุการณ์ประหลาดมีกาฝูงหนึ่งบินมาจับอยู่บนกองอิฐพากันส่งเสียงร้องและกระพือปีกอื้ออึง เมื่อรื้อกองอิฐออกก็พบฐานเจดีย์และพระบรมสารีริกธาตุ จึงโปรดให้ปฏิสังขรณ์พระเจดีย์และสมโภช 7 วัน 7 คืน แล้วขนานนามพระเจดีย์องค์นี้ว่า “พระธาตุกาวีปีก” (วีปีก เป็นภาษาท้องถิ่นหมายถึงกระพือหรือตีปีก) ต่อมาจึงเรียกเพี้ยนสั้นลงว่า พระธาตุสวี  

และก่อนที่พระเจ้าศรีธรรมโศกราชจะเสด็จยกทัพกลับ ทรงเรียกหานายทหารที่สมัครใจจะอยู่ดูแลรักษาองค์พระธาตุ  มีทหารชื่อ “นายเมือง” ขานรับอาสา พระองค์จึงรับสั่งให้ตัดศีรษะนายเมืองเพื่อเซ่นสรวงเป็นดวงวิญญาณรักษาพระธาตุสืบไป โดยตั้งศาลไว้เรียกว่า “ศาลพระเสื้อเมือง”  อยู่ทางด้านหน้าของพระธาตุสวี ต่อมามีการสร้างวัดสวีขึ้นในปี พ.ศ. 2325  

อาคารพิพิธภัณฑ์วัดพระบรมธาตุสวี
วัดพระบรมธาตุสวี   ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติและถือเป็นโบราณสถานสำคัญของจังหวัดชุมพร  ภายในบริเวณวัดพระบรมธาตุสวีมีการจัดภูมิทัศน์อย่างดีและสวยงาม  มองเห็นองค์พระธาตุสวีสีทองอร่ามตาได้แต่ไกล ทุกปีประมาณเดือนกรกฎาคมจะมีงานประเพณีห่มผ้าพระบรมธาตุสวรอย่างยิ่งใหญ่ ถ้ามีโอกาสสมควรที่จะแวะไปสักการะพระบรมธาตุเจดีย์หนึ่งในสี่เจดีย์สำคัญที่สุขของภาคใต้เพื่อความเป็นสิริมงคลซักครั้งในชีวิตใต้ร่มเงาพระพุทธศาสนา




สนใจจัดทริปเที่ยวทุกรูปแบบ
 ทั้งจัดสัมมนาดูงาน นำเที่ยวทั้งกรุ๊ปใหญ่และแบบไพรเวทเที่ยวแบบกรุ๊ปเล็กส่วนตัว  ให้บริการนำเที่ยวแบบครบวงจร นำเที่ยวโดยคนพื้นที่ชำนาญเส้นทาง พาเที่ยวแบบวีไอพี กิจกรรมสนุก กินอาหารอร่อย เลือกที่นอนสบาย บริการแบบมืออาชีพด้วยมาตรฐานบริษัททัวร์ได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 084-625-9929

สมัครเป็นเพื่อนทางไลน์ หรือช่องทาง https://lin.ee/dcUb0ed จะได้ไม่พลาดข่าวสารใหม่ๆ และ โปรโมชั่นทัวร์โดนๆ  รวมถึงความคืบหน้าโครงการบ้านสวนสำหรับวันเกษียณที่อัพเดทความคืบหน้าทุกๆ วัน

เขียนโดย ศักดิ์เพ็ชร  เรืองแพ

วันอังคารที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

สกายวอล์คเชียงคาน จุดชมวิวสุดสวยและสุดเสียว

สกายวอล์คเชียงคาน
 สกายวอล์คเชียงคาน ทุกวันนี้ใครไปเที่ยวเชียงคานจังหวัดเลยแล้วไม่ไปแวะเช็คอินถ่ายรูปสวยๆ ที่สกายวอล์คเชียงคานคงต้องบอกว่าพลาดอย่างแรง เพราะที่สกายวอล์คของเชียงคานถือได้ว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวแลนด์มาร์คปักธงแห่งใหม่ที่ต้องไปเยือนของจังหวัดเลย

สกายวอล์คเชียงคาน
สกายวอล์คเชียงคาน มีชื่อว่าสกายวอล์ค ภูคกงิ้ว เป็นจุดชมวิวแม่น้ำโขงที่สวยที่สุดของอำเภอเชียงคานตั้งอยู่ที่ตำบลปากตม อยู่สูงกว่าระดับแม่น้ำโขงประมาณ 80 เมตรหรือเทียบกับความสูงของตึก 30 ชั้นได้เลย  โครงสร้างของสกายวอล์คทำด้วยกระจกใสที่แข็งแรงมากมีความยาวมากกว่า 100 เมตร โดยมีทางเดินกว้าง 2 เมตรเศษ

สกายวอล์ค เชียงคาน
สกายวอล์คของอำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ถือว่าเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดและเป็นจุดที่เสียวที่สุดด้วย เมื่อขึ้นไปเดินบนสกายวอล์คจะเห็นทั้งแม่น้ำโขงและแม่น้ำเหืองที่กั้นพรมแดนระหว่างไทยกับลาว ด้านหลังสกายวอล์คเชียงคานเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปปางลีลาองค์ใหญ่สูงกว่า 19 เมตรนามว่าพระใหญ่ภูคกงิ้ว  
สกายวอล์ค เชียงคาน เลย
การไปสัมผัสสกายวอล์คเชียงคาน โดยเฉพาะช่วงเวลาพระอาทิตย์ตกจะสวยมากเป็นพิเศษ แต่ถ้าเป็นช่วงปลายฝนต้นหนาวการไปเดินบนสกายวอล์คในเวลาเช้าก็จะได้เห็นทะเลหมอกหนาๆ ประมาณเดินบนก้อนเมฆเลยทีเดียว
สกายวอล์ค เชียงคาน
สกายวอล์ค เชียงคาน เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 07.00-18.00 น. โดยมีค่าบริการรถขึ้นและลง 20 บาท  กับค่ารองเท้าสำหรับเข้าสกายวอล์ค 30 บาทต่อคน

สนใจจัดทริปเที่ยวทุกรูปแบบ ทั้งจัดสัมมนาดูงาน นำเที่ยวทั้งกรุ๊ปใหญ่และแบบไพรเวทเที่ยวแบบกรุ๊ปเล็กส่วนตัว  ให้บริการนำเที่ยวแบบครบวงจร นำเที่ยวโดยคนพื้นที่ชำนาญเส้นทาง พาเที่ยวแบบวีไอพี กิจกรรมสนุก กินอาหารอร่อย เลือกที่นอนสบาย บริการแบบมืออาชีพด้วยมาตรฐานบริษัททัวร์ได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 084-625-9929

สมัครเป็นเพื่อนทางไลน์ หรือช่องทาง https://lin.ee/dcUb0ed จะได้ไม่พลาดข่าวสารใหม่ๆ และ โปรโมชั่นทัวร์โดนๆ  รวมถึงความคืบหน้าโครงการบ้านสวนสำหรับวันเกษียณที่อัพเดทความคืบหน้าทุกๆ วัน

เขียนโดย ศักดิ์เพ็ชร  เรืองแพ