วันเสาร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2564

ประวัติหลักสูตรช่างซ่อมเรือสปีดโบ๊ท วิทยาลัยการอาชีพไชยา

หลักสูตรช่างซ่อมเรือสปีดโบ๊ท ระยะสั้น วิทยาลัยการอาชีพไชยา

 หลักสูตรช่างซ่อมเรือสปีดโบ๊ท เป็นหลักสูตรนำร่องระยะสั้นฐานสมรรถนะของวิทยาลัยการอาชีพไชยา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวะศึกษา เปิดสอนครั้งแรกเมื่อปี 2560 โดยท่านวิชิต วิเชียร ซึ่งเป็นผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีพไชยาในขณะนั้นได้จับมือกับ บริษัทร้อยเกาะแอดเวนเจอร์ จำกัด , บริษัททีแอนด์เอสมารีนเซอร์วิส (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัทดอร์รั่ม จำกัด ร่วมกันพัฒนาหลักสูตรช่างซ่อมเรือสปีดโบ๊ทขึ้นมาเพื่อเปิดอบรมบุคคลากรเป็นช่างซ่อมเรือสปีดโบ๊ทที่มีมาตรฐานได้รับรองการทำงานจากบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องยนต์เรือ ซึ่งเป็นอาชีพขาดแคลนเป็นอย่างมาก

ช่างซ่อมเรือสปีดโบ๊ท วิทยาลัยการอาชีพไชยา

โดยมีชั้นของการอบรมหลักสูตรช่างซ่อมเรือสปีดโบ๊ทแบ่งเป็น 3 ระดับ เริ่มตั้งแต่ช่างชั้นต้นซึ่งเหมาะสำหรับเจ้าของเรือและช่างเซอร์วิสดูแลบำรุงรักษาเรือสปีดโบ๊ทพื้นฐานทั่วๆ ไป, ช่างชั้นเทคนิคสำหรับการเป็นช่างซ่อมเรือพื้นฐานขั้นกลาง  และช่างชั้นแอดแวนซ์สำหรับหลักสูตรชั้นสูงที่จะผลิตบุคคลากรเข้าสู่สายอาชีพซ่อมบำรุงเรือสปีดโบ๊ทโดยตรง

ผู้เข้าอบรมหลักสูตรช่างซ่อมเรือสปีดโบ๊ท ที่วิทยาลัยการอาชีพไชยา

นับถึงปี 2563 วิทยาลัยการอาชีพไชยา ได้ผลิตบุคคลากรในสายงานช่างซ่อมเรือสปีดโบ๊ทชั้นต้น ไปแล้วทั้งหมด 9 รุ่น  โดยมีกำหนดการอบรมแบ่งเป็นภาคทฤษฎีและปฏิบัติภายในวิทยาลัยการอาชีพไชยา จำนวน 4 วัน และฝึกปฏิบัติการเดินเรือในทะเลจำนวน 1 วัน ผู้ที่ผ่านหลักสูตรจะได้รับใบประกาศนียบัตร ใบอนุญาตขับเรือสปีดโบ๊ท และใบอนุญาตเป็นช่างประจำเรือ รวม 3 ใบดังนี้

  • ใบประกาศนียบัตรช่างซ่อมเรือสปีดโบ๊ทชั้นต้นของวิทยาลัยการอาชีพไชยา 
  • ใบนายท้ายเรือเดินทะเลชั้น 2 (ใบอนุญาตขับเรือ)จากสำนักงานเจ้าท่า
  • ใบคนใช้เครื่องจักรยนต์ชั้น 2 (ใบอนุญาตช่างประจำเรือ)จากสำนักงานเจ้าท่า
ประวัติการเปิดอบรมหลักสูตรระยะสั้นช่างซ่อมเรือสปีดโบ๊ท ของวิทยาลัยการอาชีพไชยา ที่ผ่านมาทั้งหมด 9 รุ่น ดังนี้

ผู้เข้าอบรมหลักสูตรช่างซ่อมเรือสปีดโบ๊ท รุ่นที่ 1 

ผู้เข้าอบรมหลักสูตรช่างซ่อมเรือสปีดโบ๊ท รุ่นที่ 1 อบรมเมื่อเดือน ธันวาคม 2560 เป็นหลักสูตรที่เปิดรับเฉพาะนักศึกษาระดับ ปวส. เพื่อประเมินหลักสูตรที่ใช้ในการเรียนการสอน จัดรอบรมที่วิทยาลัยการอาชีพไชยา

ผู้เข้าอบรมหลักสูตรช่างซ่อมเรือสปีดโบ๊ท รุ่นที่ 2
ผู้เข้าอบรมหลักสูตรช่างซ่อมเรือสปีดโบ๊ท รุ่นที่ 2 อบรมเมื่อเดือน มีนาคม 2561 เป็นหลักสูตรที่เปิดรับบุคคลทั่วไป  จัดอบรมที่วิทยาลัยการอาชีพไชยา
ผู้เข้าอบรมหลักสูตรช่างซ่อมเรือสปีดโบ๊ท รุ่นที่ 3
ผู้เข้าอบรมหลักสูตรช่างซ่อมเรือสปีดโบ๊ท รุ่นที่ 3 อบรมเมื่อเดือน มิถุนายน 2561 เป็นหลักสูตรที่เปิดรับบุคคลากรของกองทัพเรือ จัดอบรมที่ฐานทัพเรือพังงา ทัพเรือภาคที่ 3
ผู้เข้าอบรมหลักสูตรช่างซ่อมเรือสปีดโบ๊ท รุ่นที่ 4

ผู้เข้าอบรมหลักสูตรช่างซ่อมเรือสปีดโบ๊ท รุ่นที่ 4 อบรมเมื่อเดือนกรกฎาคม 2561 เป็นหลักสูตรที่เปิดรับบุคคลทั่วไป เจ้าหน้าที่รัฐและผู้ประกอบการที่ใช้งานเรือสปีดโบ๊ท จัดอบรมที่วิทยาลัยการอาชีพไชยา

ผู้เข้าอบรมหลักสูตรช่างซ่อมเรือสปีดโบ๊ท รุ่นที่ 5
ผู้เข้าอบรมหลักสูตรช่างซ่อมเรือสปีดโบ๊ท รุ่นที่ 5 อบรมเมื่อเดือน ตุลาคม 2561 เป็นหลักสูตรที่เปิดรับบุคคลของกองทัพเรือ จัดอบรมที่ฐานทัพเรือพังงา ทัพเรือภาคที่ 3

ผู้เข้าอบรมหลักสูตรช่างซ่อมเรือสปีดโบ๊ท รุ่นที่ 6
ผู้เข้าอบรมหลักสูตรช่างซ่อมเรือสปีดโบ๊ท รุ่นที่ 6 อบรมเมื่อเดือน กุมภาพันธ์ 2562 เป็นหลักสูตรที่เปิดรับบุคคลของกองทัพเรือ จัดอบรมที่ ทัพเรือภาคที่ 1 จังหวัดชลบุรี
ผู้เข้าอบรมหลักสูตรช่างซ่อมเรือสปีดโบ๊ท รุ่นที่ 7
ผู้เข้าอบรมหลักสูตรช่างซ่อมเรือสปีดโบ๊ท รุ่นที่ 7 อบรมเมื่อเดือน มีนาคม 2562 เป็นหลักสูตรที่เปิดรับบุคคลทั่วไป  จัดอบรมที่วิทยาลัยการอาชีพไชยา

ผู้เข้าอบรมหลักสูตรช่างซ่อมเรือสปีดโบ๊ท รุ่นที่ 8
ผู้เข้าอบรมหลักสูตรช่างซ่อมเรือสปีดโบ๊ท รุ่นที่ 8 อบรมเมื่อเดือน ตุลาคม 2562 เป็นหลักสูตรที่เปิดรับบุคคลทั่วไป  จัดอบรมที่วิทยาลัยการอาชีพไชยา
ผู้เข้าอบรมหลักสูตรช่างซ่อมเรือสปีดโบ๊ท รุ่นที่ 9

ผู้เข้าอบรมหลักสูตรช่างซ่อมเรือสปีดโบ๊ท รุ่นที่ 9 อบรมเมื่อเดือน สิงหาคม 2563 เป็นหลักสูตรที่เปิดรับบุคคลทั่วไป  จัดอบรมที่วิทยาลัยการอาชีพไชยา

หลักสูตรช่างซ่อมเรือสปีดโบ๊ท วิทยาลัยการอาชีพไชยา

หมายเหตุ ในปี 2561 และ 2562 จัดอบรมหลายรอบเนื่องจากสถานการณ์ความขาดแคลนช่างที่มีมาตรฐานในการซ่อมบำรุงเรือเร็วสปีดโบ๊ทที่ได้มาตรฐาน ได้รับการร้องขอจากหน่วยงานและสถานประกอบการที่เกี่ยวข้องกับการใช้เรือเร็วจำนวนมาก จึงได้ทำการขออนุมัติเปิดการอบรมจำนวน 7 รุ่นภายใน 2 ปี

หลักสูตรช่างซ่อมเรือสปีดโบ๊ท วิทยาลัยการอาชีพไชยา

แต่ด้วยข้อจำกัดของบุคคลากรที่จะมาให้ความรู้ในการอบรม และปัจจุบันหลักสูตรช่างซ่อมเรือสปีดโบ๊ทได้รับการบรรจุเป็นหลักสูตรระดับปวช.และระดับปวส. ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวะศึกษาแล้ว นับแต่ปี 2563 เป็นต้นไปจะเปิดอบรมหลักสูตรช่างซ่อมเรือสปีดโบ๊ทแก่บุคคลทั่วไปปีละ 1 รุ่นเท่านั้น เว้นแต่มีความจำเป็นเร่งด่วนอื่นๆ

หลักสูตรช่างซ่อมเรือสปีดโบ๊ท วิทยาลัยการอาชีพไชยา
เปิดรับสมัครบุคคลทั่วไปเข้ารับการอบรมหลักสูตรระยะสั้น 4 วัน ช่างซ่อมเรือสปีดโบ๊ท รุ่นที่ 10 อบรมระหว่างวันที่  4-8 ธันวาคม 2564 เรียนที่วิทยาลัยการอาชีพไชยา อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี  จบแล้วได้รับใบประกาศนียบัตรช่างซ่อมเรือสปีดโบ๊ทชั้นต้น   ใบอนุญาตนายท้ายเรือและคนคุมเครื่องจักรยนต์ (ใบอนุญาตขับเรือและช่างประจำเรือ) ผู้เข้าอบรมที่มีใบนายท้ายและคนคุมเครื่องจักรเรือชั้น 2 แล้ว สามารถนำใบอนุญาตตัวจริงมาสอบเลื่อนชั้นเป็นชั้น 1 ได้ ดูรายละเอียดการอบรมได้ที่นี่

** รับจำกัดเพียง 30 คนเท่านั้น ** สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่โทร. 084-625-9929


เขียนโดย ศักดิ์เพ็ชร  เรืองแพ

สวนลุงนิล สวนเกษตรคอนโด9ชั้น ชุมพร

สวนลุงนิล ชุมพร
 สวนลุงนิล ต้นแบบสวนต้นไม้คอนโดเก้าชั้น อยู่ที่ ตำบลช่องไม้แก้ว อำเภอทุ่งตะโก จังหวัดชุมพร เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับคนที่คิดจะทำการเกษตรแบบพึ่งตนเองอย่างจริงจัง ผู้น้อมนำทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงของพ่อหลวงรัชกาลที่ 9 มาปฏิบัติเปลี่ยนจากคนมีหนี้จนเกือบจะฆ่าตัวตายได้พลิกฟื้นจนมีเหลือกินเหลือใช้มีความสุขกายสบายใจในชั่วเวลาเพียง 7 ปีเท่านั้น

สวนคอนโดต้นไม้ 9 ชั้นของลุงนิล จังหวัดชุมพร
ทันทีที่ย่างเท้าเข้าไปในอาณาเขตของสวนลุงนิลที่มีเนื้อที่ประมาณ 17 ไร่ จะพบบรรยากาศร่มรื่นปกคลุมด้วยต้นไม้น้อยใหญ่สารพัดชนิดจนนับไม่ถ้วน มีช่องว่างให้แสงแดดส่องถึงพื้นเฉพาะบริเวณบ้านกับสระน้ำที่ใช้เลี้ยงปลาเท่านั้น นอกจากนั้นก็มีแต่ต้นไม้กับต้นไม้ ไม่มีพื้นที่ของที่ดินว่างเปล่าไม่ได้ใช้ประโยชน์เลย
สวนของลุงนิล เกษตรต้นแบบเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง
ลุงนิลมีนามจริงว่า นายสมบูรณ์ ศรีสุบัติ แต่คนทั่วไปนิยมเรียกว่าลุงนิลมากกว่า เป็นคนที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากพอสมควร เรียกว่าสายเกษตรทฤษฎีใหม่น้อยคนที่จะไม่รู้จักลุงนิลผู้ทำตามพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 เริ่มต้นจากการปลูกทุกอย่างที่อยากกินแล้วก็กินทุกอย่างที่ปลูก เน้นเกษตรอินทรีย์ไม่มีสารเคมีปะปน เริ่มต้นเก็บผลผลิตได้เหลือจากกินเองแล้วก็แจกบ้างขายบ้าง จนมีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับมากขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบันมีรายได้จากสวนเดือนละนับแสนบาทสำหรับที่ดินสวนเกษตรเพียง 17 ไร่เท่านั้นเอง  โดยลุงนิลเพียงคนเดียวเป็นแรงงานหลักในการดูแลสวนทั้งหมด
สวนลุงนิล คอนโดต้นไม้ 9 ชั้น
สวนลุงนิลเริ่มจากปลูกผักสวนครัว แล้วก็เพิ่มไม้ใหญ่ไม้ยืนต้นเพิ่มชนิดไปเรื่อยๆ จนแทบจะนับสายพันธุ์ไม่ถ้วนที่มีอยู่ในสวนของลุงนิล มีสระน้ำไว้เลี้ยงปลาเป็นแหล่งอาหารโปรตีน เลี้ยงหมูหลุมเอามูลไว้ทำปุ๋ย เมื่อไม้ใหญ่ขึ้นมีใบร่วงหล่นทับถมก็กลายเป็นปุ๋ยต้นไม้เลียนแบบสภาพแวดล้อมของป่าใหญ่เลย ดังนั้นสภาพของดินในสวนลุงนิลจึงดีมากๆ ปลูกอะไรก็โตปลูกอะไรก็งาม เพราะอินทรีย์วัตถุในดินซึ่งเป็นปุ๋ยของต้นไม้มีเยอะมากๆ 
เที่ยวสวนลุงนิล
เมื่อสวนป่าของสวนลุงนิลเติบโตจนร่มรื่น มีไม้ใหญ่หลากหลายชนิด กลายเป็นไม้มีราคาทางเศรษฐกิจ แต่ลุงนิลก็ยังไม่ได้มีนโยบายตัดต้นไม้ขาย แต่ก็เก็บกิ่งไม้ที่รวงหล่นหรือยืนต้นตายมาเผาถ่านสร้างรายได้ให้สวนลุงนิลเดือนละไม่น้อยเช่นกัน เฉพาะรายได้จากการขายถ่านและน้ำส้มควันไม้ก็สร้างรายได้ให้สวนลุงนิลเดือนละไม่น้อยทีเดียว
ปรัชญาสวนเกษตรคอนโด 9 ชั้นของลุงนิล
ปรัชญาสวนเกษตรคอนโด 9 ชั้นของลุงนิล ได้สร้างชื่อเสียงให้ลุงนิลเป็นที่รู้จักระดับประเทศ มีคนติดต่อเข้ามาศึกษาดุงานแทบทุกวัน โดยมีระดับของการปลูกต้นไม้ให้เกื้อกูลกันเป็น 9 ชั้น 9 ระดับตามความสูงและความต้องการแสงแดดของต้นไม้แต่ละประเภท เริ่มตั้งแต่ชั้นที่ 1 เป็นพืชที่ปลูกในน้ำ แล้วต่อไปที่พืชมีหัวใต้ดิน ชั้นต่อมาคือไม้ยืนต้นขนาดกลาง ถัดไปจนถึงชั้นที่ 9 ต้นไม้ที่ลำต้นสูงใหญ่สามารถนำเนื้อไม้มาใช้ในการสร้างบ้านหรือเฟอร์นิเจอร์ได้ ตามรายละเอียดในภาพข้างบน

สวนลุงนิล ทุ่งตะโก ชุมพร
เมื่อสวนลุงนิลเป็นที่รู้จักมากขึ้นในฐานะเป็นต้นแบบของสวนเกษตรพึ่งพาตนเองที่ประสบความสำเร็จ  เริ่มมีคนที่สนใจมาศึกษาดูงานมากขึ้นเรื่อยๆ สวนลุงนิลจึงมีบ้านพักรับรองและเปิดเป็นแหล่งศึกษาดูงานทางด้านการเกษตรเต็มรูปแบบ สามารถติดต่อไปเรียนรู้ได้ทุกวันทั้งแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการ จะเลือกไปเรียนรู้แบบค้างคืนเพื่อให้เข้าใจในวิธีการทำสวนเกษตรของลุงนิลให้ถึงแก่นยิ่งขึ้นก็สะดวกสบาย โดยให้ติดต่อแจ้งความประสงค์กับลุงนิลล่วงหน้าก่อนจะดีที่สุด
เมล็ดพันธุ์พืชและผักต่างๆ ของสวนลุงนิล
สวนลุงนิลเป็นสวนเกษตรที่สามารถพึ่งพาตนเองแทบจะ 100% เกือบจะไม่มีรายจ่ายในการดูแลสวนเลย เพราะทุกอย่างสามารถผลิตได้จากภายในสวนของลุงนิลเอง แม้แต่เมล็ดพันธุ์พืชและผักต่างๆ ก็สามารถเก็บได้นำมาขยายพันธุ์ต่อจากภายในสวน   ซึ่งสวนลุงนิลได้รับเลือกเป็นหนึ่งในโครงการธนาคารต้นไม้ของจังหวัดชุมพร ถือว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแนวเรียนรู้ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะชาวสวนหรือผู้ที่ทำอาชีพเกษตรกรเลี้ยงครอบครัวน่าจะไปดูและเรียนรู้การทำสวนสไตล์ลุงนิล เพื่อนำไปดัดแปลงให้เหมาะกับตนเองจะได้ประโยชน์มากทีเดียว

สนใจไปเที่ยวชมสวนลุงนิล แห่งอำเภอทุ่งตะโก จังหวัดชุมพร ต้นแบบคนเกษตรที่ประสบความสำเร็จและพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน สามารถติดต่อสอบถามไปได้ที่ โทร. 0874660596
เขียนโดย ศักดิ์เพ็ชร  เรืองแพ

วันศุกร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2564

เกาเหลาหัวปลาผู้ใหญ่น้อย ไปชุมพรต้องแวะกิน

เกาเหลาหัวปลาผู้ใหญ่น้อย 
 เกาเหลาหัวปลาผู้ใหญ่น้อย เป็นร้านอาหารท้องถิ่นที่มีชื่อเสียงมานานของอำเภอละแมจังหวัดชุมพร ความเด่นของร้านเกาเหลาผู้ใหญ่น้อยคือทุกเมนูของร้านนี้ล้วนมีส่วนประกอบหลักคือปลาอินทรี ทั้งร้านไม่มีเมนูอื่นให้เลือกนอกจากปลาอินทรีที่เอามาปรุงเป้นสารพัดเมนูให้เลือกกิน  คือถ้าแวะกินร้านนี้เหมาะสำหรับคนตั้งใจไปกินปลาอินทรีโดยเฉพาะ ที่ร้านมีปลาอินทรีที่สดมากๆ ให้กินได้ทุกวันตลอดทั้งปี แวะกินเมื่อไรไม่เคยผิดหวัง

เกาเหลาหัวปลาผู้ใหญ่น้อย อำเภอละแม จังหวัดชุมพร
ไปกินอาหารร้านเกาเหลาหัวปลาผู้ใหญ่น้อย  ต้องสั่งเกาเหลาหัวปลาอินทรีตามชื่อร้านมากินให้ได้ ทั้งอร่อยรสแซ่บทั้งเข้มทั้งข้นถูกใจคนชอบทานอาหารรสจัดแน่ๆ เสริฟมาในหม้อไฟร้อนๆ ไฟลุกมาเลยทีเดียว
เกาเหลาหัวปลาอินทรีร้านผู้ใหญ่น้อย
นอกจากเมนูเกาเหลาหัวปลาอินทรีแล้ว แนะนำเลยว่าต้องสั่งมากินด้วยกันกับเกาเหลาปลาอินทรีคือข้าวต้มปลาอินทรี  เนื้อปลาอินทรีที่ใส่ลงไปสดมากๆ ไม่มีกลิ่นคาวให้อึดอัดเลย  ผู้เขียนไปกินที่ร้านผู้ใหญ่น้อยทุกครั้งต้องสั่งข้าวต้มปลาอินทรีกับเกาเหลาหัวปลามากินทุกที
ข้าวต้มปลาอินทรีร้านผู้ใหญ่น้อย ชุมพร
ส่วนถ้าใครชอบกินปลาอินทรีสดๆ เพียวๆ แบบออริจินัล ก็แนะนำเลยว่าสั่งเมนูปลาอินทรีลวกจิ้มรับรองว่าเด็ดจริง แต่อย่าลืมนะว่าอาหารที่ร้านผู้ใหญ่น้อยจานใหญ่พอสมควร ถ้าสั่งหลายๆอย่าง เพราะรีบสั่งตอนหิวอาจจะกินไม่หมดได้ง่ายๆ
ปลาอินทรีลวกจิ้ม
เมนูของร้านเกาเหลาหัวปลาผู้ใหญ่น้อย ร้านอาหารต้องแนะนำของอำเภอละแมยังมีเมนูอร่อยๆ อีกมากมาย ย้ำอีกครั้งว่าที่ร้านนี้จัดเต็มเรื่องปลาอินทรี เน้นๆ เนื้อๆ ชอบกินปลาอินทรีสดๆ ต้องชี้เป้าเลยว่าต้องแวะร้านผุ้ใหญ่น้อยห้ามขับรถผ่านเด็ดขาดหากมีโอกาสได้ไปทางจังหวัดชุมพร
เมนูร้านเกาเหลาหัวปลาผู้ใหญ่น้อย
การเดินทางไปร้านเกาเหลาหัวปลาผู้ใหญ่น้อย อำเภอละแม จังหวัดชุมพร ให้ยึดถนนเส้นหลักเส้น 41 สายเอเซีย ชี้เป้าไปที่สี่แยกอำเภอละแม อยู่ฝั่งขาขึ้นกรุงเทพ หากมาจากทางจังหวัดสุราษฎร์ธานีพอใกล้ถึงแยกละแม อย่าขึ้นสะพานยกระดับให้เบี่ยงขวาออกทางคู่ขนานผ่านวงเวียนแล้วตรงไป ร้านเกาเหลาหัวปลาผู้ใหญ่น้อยอยู่ติดหัวมุมแยกละแม ห่างจากสี่แยกเข้าอำเภอละแมประมาณ 50 เมตรเท่านั้นเอง
เกาเหลาหัวปลาผู้ใหญ่น้อย ชุมพร
ร้านเกาเหลาหัวปลาผู้ใหญ่น้อย เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลาประมาณ 10.00-21.00 น. รวมทั้งบริการรับจัดงานเลี้ยงทั้งในและนอกสถานที่ด้วย สนใจโทรไปสอบถามรายละเอียดของร้านเพิ่มเติมหรือจองโต๊ะอาหารได้ที่โทร. 077-630-675 
เกาเหลาปลาอินทรีผู้ใหญ่น้อย
ติดตามสาระดีๆ อีกมากมายได้ที่ http://tourthai.online
เขียนโดย ศักดิ์เพ็ชร  เรืองแพ

วันพุธที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2564

ขนมจีน เรือน ณ คอน สุราษฎร์ธานี

ร้านขนมจีน เรือน ณ คอน สุราษฎร์ธานี

 ร้านขนมจีน เรือน ณ คอน สุราษฎร์ธานี เป็นร้านขนมจีนสูตรเมืองนครศรีธรรมราชแต่ขายอยู่ที่สุราษฎร์ธานี เป็นอีกหนึ่งร้านที่แนะนำให้ไปกินสำหรับคนที่ชอบกินขนมจีนแบบปักษ์ใต้แท้ๆ น้ำยาขนมจีนเข้มข้น ผักเยอะๆ โดยเฉพาะผักสดๆ หยิบได้ตามใจชอบ ราคาก็อาหารก็เป็นมิตรกินแล้วยังสบายกระเป๋า 

ร้านขนมจีนเรือน ณ คอน ในบาง สุราษฎร์ธานี
เมนูอาหารแนะนำของร้านขนมจีนเรือน ณ คอน ก็คงต้องยกให้เป็นขนมจีนเป็นพระเอก ที่นี่ตักขายเป็นชุด มีชุดเล็กชุดกลางชุดใหญ่ เลือกสั่งได้ตามปริมาณคนที่จะกิน มีน้ำยาแกงขนมจีนเสริฟมาพร้อมเส้นขนมจีนเลยโดยไม่ต้องสั่ง มีทั้งน้ำพริกน้ำยา แกงป่า แกงไตปลา ส่วนผักสดที่กินคู่กับขนมจีนทางร้านจัดไว้ให้ลูกค้าไปเลือกหยิบได้เองตามอัทธยาศัย หากไม่อยากกินขนมจีนจะสั่งอาหารตามสั่งก็ยังได้
เซ็ตขนมจีนสำหรับ 2 คน

เมนูอาหารแนะนำของร้าน เรือน ณ คอน
นอกจากขนมจีนจะอร่อยแล้วไปกินที่ร้านเรือน ณ คอน ก็ไม่ควรพลาดปีกไก่ทอดหอมๆ เป็นไก่ทอดแบบพื้นบ้านประมาณไก่หมักน้ำปลาทอดแห้งกำลังดี กินอร่อยกินเพลินเลยทีเดียว
สะเต๊ะหมู ร้านเรือน ณ คอน สุราษฎร์ธานี
แต่อาหารที่ผมชอบสั่งมากินมากที่สุด และสั่งกินทุกครั้งที่แวะไปกินที่ร้านขนมจีนเรือน ณ คอนแห่งนี้คือ หมูสเต๊ะ หมูสะเต๊ะร้านนี้หน้าตาก็เหมือนหมูสะเต๊ะที่ขายทั่วๆ ไปทางภาคใต้เสริฟมาพร้อมน้ำจิ้มและอาจาด แต่ที่ชอบมากๆ เพราะหมูสะเต๊ะที่นี่หมักด้วยเครื่องเทศเข้มข้นหน่อย เวลาเคี้ยวนอกจากได้ความอร่อยของเนื้อหมูย่างสะเต๊ะแล้วก็ยังได้กลิ่นของเครื่องเทศที่ใช้หมักหมูหอมชวนฟินมากทีเดียว สะเต๊ะจานนี้ให้คะแนนเต็มที่ส่วนประกอบ กวาดกินเกลี้ยงไม่มีเหลือทิ้งเศษหมูให้ติดไม้ย่างรวมถึงน้ำจิ้มกับอาจาดด้วย 
ผักกินกับขนมจีน เรือน ณ คอน
การเดินทางไปร้านเรือน ณ คอน ให้ตั้งต้นจากศาลหลักเมืองสุราษฎร์ธานีขับรถเลี้ยวที่ศาลหลักเมืองขึ้นสะพานไปทางเกาะลำพูแต่ไม่ต้องเลี้ยวเข้าเกาะลำพูให้ตรงไปเรื่อยๆ ทางในบางประมาณไม่ถึง 1 กิโลเมตร จะเจอร้านเรือน ณ คอนอยู่ทางขวามือ อยู่ฝั่งตรงกันข้ามเยื้องๆ กับปั๊มปตท. สังเกตุไม่ยาก จะมีป้ายร้านตัวโตๆ เด่นสะดุดตาอยู่
ร้านเรือน ณ คอน สุราษฎร์ธานี
ติดต่อร้านเรือน ณ คอน สุราษฎร์ธานี ตั้งอยู่ที่ตำบลบางใบไม้ อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลาประมาณ 08.30-16.00 น. สามารถโทรไปสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมของร้านหรือสั่งจองโต๊ะอาหารล่วงหน้าได้ที่ โทร. 0881871408

ขนมหวานที่มีให้เลือกทานในแต่ละวัน

ติดตามสาระดีๆ อีกมากมายได้ที่ http://tourthai.online

เขียนโดย ศักดิ์เพ็ชร  เรืองแพ

วันเสาร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2564

วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ ประเทศอินเดีย

วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ 
เมื่อคณะของเราได้ออกมาจากมกุฏพันธนเจดีย์ สถานที่ซึ่งเป็นที่ถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตามรายละเอียดที่ได้เล่าไปในตอนที่แล้ว รถนำเที่ยวก็ได้พาคณะของเราไปแวะชมวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ซึ่งเป็นวัดไทยที่มีความสำคัญและอยู่ไม่ไกลกับสาลวโนทยานและมกุฏพันธนเจดีย์มากนัก

ประตูทางเข้าวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ ประเทศอินเดีย

 วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ ตั้งอยู่ที่กุสินารา รัฐอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย  สร้างขึ้นเมื่อปี 2537 เพื่อเทิดพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ 9 ในโอกาสที่พระองค์ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี  ในวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชน์มีปูชนียสถานสำคัญคือ พระมหาเจดีย์มหาธาตุราชศรัทธาที่ในหลวงรัชกาลที่9 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นด้วยพระราชทรัพย์จำนวนหนึ่ง เมื่อสร้างเสร็จพระองค์ท่านได้พระราชทานพระบรมสารีริกธาตุพร้อมเส้นพระเกศาของพระองค์มาประดิษฐานในพระมหาเจดีย์ โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ แทนพระองค์มาทรงประกอบพิธีดังกล่าว

 วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ 

ทางวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ได้จัดงานประเพณีที่สำคัญคือ งานสมโภชและนมัสการพระบรมสารีริกธาตุขึ้นในช่วงประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ และได้ทำเป็นประเพณีติดต่อกันมาทุกปีเพื่อเป็นการสืบทอดอายุพระพุทธศาสนาและเป็นการสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชการที่ 9 อย่างที่หาที่สุดมิได้ 

พระอุโบสถ วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ 

งานพิธีสมโภชพระบรมสารีริกธาตุ เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกหลังพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระพุทธเจ้าที่มกุฏพันธนเจดีย์โดยพวกเจ้ามัลละกษัตริย์แห่งแคว้นวัชชี มีการจัดพิธีสมโภชขึ้นอย่างยิ่งใหญ่สมพระเกียรติตลอด 7 วัน 7 คืน มีการแห่พระบรมสารีริกธาตุรอบเมืองกุสินารา ก่อนจะให้โทณพราหมณ์แบ่งให้กับเมืองต่างๆ 8 เมืองนำไปบูชาตามข้อความที่ได้เล่าไปในตอนที่แล้วซึ่งสามารถย้อนกลับไปติดตามอ่านได้

พลับพลารับเสด็จ เป็นศาลาทรงไทย วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ 
งานสมโภชและนมัสการพระบรมสารีริกธาตุของวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ ที่ประเทศอินเดีย ก็ได้จัดเป็นเวลา 7 วันเหมือนในครั้งพุทธกาล แต่กิจกรรมหลักจะมีในช่วง 2-3 วันสุดท้าย เป็นพิธีแห่พระธาตุ ซึ่งทางวัดได้พยายามจัดตามราชประเพณีในสมัยพุทธกาลอย่างสมพระเกียรติและเป็นไปตามยุคสมัย โดยมีขบวนอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ ขบวนอัญเชิญพระพุทธปรินิพพาน และขบวนอัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 จากวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ ไปยังสาลวโนทยานและมกุฏพันธนเจดีย์อย่างยิ่งใหญ่อลังการ เชื่อว่าถ้าท่านใดมีโอกาสได้ร่วมในพิธีนี้ด้วยจะต้องเกิดความปีติอย่างแรงกล้าเลยทีเดียว ซึ่งระยะหลังมานี้มีชาวไทยและคนอินเดียให้ความสนใจและมาร่วมในการจัดงานสมโภชและนมัสการพระบรมสารีริกธาตุของวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์มากขึ้นทุกปี แม้นแต่สื่ออินเดียหลากหลายสำนักก็มาทำข่าวนี้เผยแพร่ด้วย
มหาเจดีย์ วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์
ปัจจุบันที่วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ ได้เปิดคลินิครักษาโรคให้ชาวอินเดียในพื้นที่ด้วย โดยการเก็บค่ารักษาเพียงคนละ  12 รูปีหรือประมาณ 6 บาทเท่านั้น แต่ละวันก็มีคนอินเดียจำนวนมากเข้ามาใช้บริการส่วนใหญ่คนเหล่านั้นจะเป็นเกษตรกรฐานะยากจน จึงช่วยให้ชาวอินเดียเข้าถึงการแพทย์ได้มากขึ้นและช่วยลดงานของโรงพยาบาลในพื้นที่ไปได้มากทีเดียว โดยเฉพาะสถานการณ์ที่มีการระบาดของโควิด 19  แต่ด้วยข้อจำกัดทางคลินิครักษาโรคในวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ให้บริการได้เฉพาะผู้ป่วยไม่รุนแรงเท่านั้น หากอาการมากก็จำเป็นต้องส่งไปเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลของรัฐต่อไป
ต้นสาละ  ที่วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ 


ข้อมูลติดต่อวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์  พระเทพโพธิวิเทศ (วีรยุทธ์ วีรยุทฺโธ) ประธานสงฆ์วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์  WAT THAI KUSINARACHALEMRAJ 980 Address : P.O & Distt. Kushinagar 274403 (U.P.) Tel : (+91) 9005007064, (+91) 9005007063 E-mail : kusinara980@gmail.com


ครั้นได้เวลาอันสมควรคณะของเราก็ออกจากวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์นั่งรถเดินทางกันต่อ คืนนี้เราจะพักกันที่โรงแรม Bhadant Gyaneshwar Buddha-Vihar แล้วมื้อเย็นเราจะไปกินอาหารอินเดียกันที่ร้าน Lumpini Pop Light Restaurant ติดตามอ่านต่อตอนหน้านะครับ

ติดตามอ่านบทความทั้งหมดใน ประสบการณ์เดินทางไปแสวงบุญ 4 สังเวชนียสถาน 8 วัน ในประเทศอินเดียและเนปาล ได้ที่  www.rkatour.com
สนใจเดินทางไปทัวร์แสวงบุญ 4 สังเวชนียสถาน สักการะสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของพระพุทธศาสนา สถานที่ประสูติ ตรัสรู้ ปฐมเทศนา และปรินิพพาน รวมถึงสถานที่สำคัญอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับพระพุทธเจ้าเมื่อครั้งพุทธกาล  สอบถามรายละเอียดการเดินทางได้ที่ โทร. 084-625-9929  

เขียนโดย ศักดิ์เพ็ชร  เรืองแพ