google adsense

วันจันทร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2556

วัดป่าท่าไท วัดสวย ธรรมชาติสงบ ท่าชนะ สุราษฎร์ธานี

วัดป่าท่าไท อ.ท่าชนะ
วัดป่าท่าไทย ตั้งอยู่ที่ 232 ม.7 ต.คลองพา อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี เป็นวัดธรรมยุตนิกาย เป็นวัดที่เพิ่งก่อตั้งอายุประมาณ 15-16 ปี  ท่านเจ้าอาวาสวัดป่าท่าไทย ท่านได้มาก่อตั้งวัดป่าแห่งนี้ขึ้นมา เพื่อเผยแพร่ข้อวัตรปฏิบัติของพระป่าแก่ญาติโยมในพื้นที่ และเพื่อเป็นเหตุแห่งศรัทธาให้ญาติโยมมาสนใจการปฏิบัติธรรม โดยวัดป่าท่าไทเป็นวัดป่าสายพระอาจารย์ใหญ่มั่น ภูริทัตโตเพียงแห่งเดียวในพื้นที่  สภาพภายในบริเวณวัดค่อนข้างเงียบสงบและมีภูมิทัศน์ที่สวยงามเหมาะแก่การปฏิบัติธรรม


จุดเด่นของวัดป่าท่าไท แม้ว่าผมมีโอกาสเข้าไปภายในวัดเป็นเวลาอันสั้น เพราะว่ามาเที่ยวร่วมกับญาติๆ และมีโปรแกรมต้องตระเวณไปหลายแห่ง แต่สิ่งที่ผมเห็น สัมผัสได้ และประทับใจ ได้แก่

  1  ความสงบและสวยงามของบรรยากาศภายในวัด ด้านหน้าของอุโบสถเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ คาดว่าคงจะนำน้ำไปใช้ประโยชน์ในการชลประทานในพื้นที่ด้วยเพราะเห็นมีตัวอาคารทดน้ำด้วย แค่มาเห็นทัศนียภาพก็เกินคุ้มแล้วครับ

  2 อุโบสถไม้หลังใหญ่ 2 ชั้น ชั้นล่างเป็นใต้ถุนโล่ง ชั้นบนเป็นที่ปฏิบัติกิจของสงฆ์ ภายในกว้างขวาง ตกแต่งอย่างสวยงาม  บ่งบอกถึงความศรัทธาของอุบาสกอุบาสิกาที่ให้ความเกื้อหนุนเป็นอย่างดี  ขณะที่ไปถึงวัดก็มีพระภิกษุกำลังนั่งรวมกลุ่มกันอยู่หลายรูป ใต้ถุนอุโบสถ  สันนิษฐานว่าท่านคงเพิ่งว่างหรือเป็นเวลาพักจากการเรียนธรรมกันอยู่ ก็เลยไม่กล้าเข้าไปรบกวนสอบถาม เลยเดินสำรวจรอบๆ บริเวณทั่วๆ ไป ผมชอบบรรยากาศมากๆ เพราะที่นี่ยังคงรักษาต้นไม้ใหญ่ไว้ ดูบรรยากาศร่มเย็นคล้ายๆ วัดสวนโมกขพลารามที่ไชยา


ถึงแม้ว่าวัดป่าท่าไท จะเป็นวัดซึ่งคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยนิยมเข้าไปเที่ยวกัน แต่ที่วัดแห่งนี้ผมว่าน่าสนใจดี โดยเฉพาะถ้าเรามีใจไฝ่รู้เรื่องการปฏิบัติธรรม อยากศึกษาหาความรู้ ก็คงได้ประโยชน์มากยิ่งขึ้น เพราะพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต เป็นที่เคารพสักการะของคนไทยทั้งประเทศ การที่วัดป่าแห่งนี้นำคำสอนและแนวปฏิบัติของพระอาจารย์มั่นมาเผยแพร่ด้วย ก็นับว่ายิ่งเป็นคุณเอนกขึ้นมากจากมาเที่ยวและศึกษาทางธรรมในสถานที่แห่งนี้

การเดินทางไปวัดป่าท่าไทยก็ไม่ถึงกับยาก จากถนนสายเอเซียหรือทางหลวงหมายเลข 41 ระหว่างสุราษฎร์ธานีกับจังหวัดชุมพร เส้นทางขาขึ้นกรุงเทพฯ บริเวณอำเภอท่าชนะ  จะมีทางแยกเลี้ยวซ้ายบริเวณตลาดคันธุลี มีป้ายบอกว่าทางเข้าบ้านน้ำดำ  ขับเข้าไปประมาณ 20 กม. มีป้ายเล็กๆ บอกทางไปวัดท่าไทเป็นระยะๆ  ไปไม่ยากครับ

โดยส่วนตัวผมค่อนข้างไม่ค่อยเห็นด้วยกับการสร้างวัดให้ยิ่งใหญ่อลังการ มากไปด้วยทรัพย์สมบัติ เพราะพระสงฆ์หรือนักบวชท่านต้องการแสวงหาความหลุดพ้น การสะสมหรือสร้างทรัพย์(วัด) ไม่ใช่เรื่องที่จำเป็น ถึงแม่ท่านไม่ต้องการแต่ถ้าญาติโยมพากันถวายมากเกินไป ก็ต้องเป็นภาระและหน้าที่ให้ท่านต้องคอยดูแลรักษา เพราะความหลุดพ้นต้องเริ่มได้ด้วยการปล่อยวาง  การทำให้ท่านยังต้องยึดต้องถือหรือเป็นภาระอยู่ การแสวงหาความหลุดพ้นของท่านจึงยากยิ่งขึ้น ผมจึงค่อนข้างศรัทธากับพระป่าที่อยู่กันง่ายๆ อยู่กันแบบสมถะ สันโดษ วิเวก ประมาณนั้น สภาพวัดเน้นความเรียบง่าย ไม่อลังการเกินไป ยิ่งมีต้นไม้ใหญ่มากเท่าไร ความสงบวิเวกก็ยิ่งเหมาะกับการแสวงหาเรียนรู้หนทางแห่งธรรม ก็แม้แต่พระพุทธองค์ผู้เป็นใหญ่เหนือคนทั้งหลายยังประสูติและตรัสรู้ใต้ต้นไม้ในป่าเลย ผมจึงค่อนข้างประทับใจวัดที่มีบรรยากาศป่าๆ มีต้นไม้เยอะๆ ไม่ต้องเน้นงานก่อสร้างหรือความสวยงามของตึกอาราม พอเจอบรรยากาศวัดในรูปแบบนี้ผมจึงค่อนข้างที่จะชื่นชอบเป็นพิเศษ โดยเฉพาะวัดที่เป็นที่ 1 ในดวงใจของผมอย่างวัดสวนโมกขพลาราม ถึงกับคิดว่าถ้ามีโอกาสได้กลับไปบวชอีกครั้ง (แต่คงยาก อิอิ) ก็จะเลือกวัดสวนโมกข์เป็นที่เรียนรู้และปฏิบัติธรรม แต่นี่เป็นความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ ไม่คิดจะเชิญชวนให้ใครคิดเห็นตามผม และยังยินดีร่วมอนุโมทนาบุญทุกรูปแบบที่ท่านทำ ไม่ได้ต่อต้านนะครับ
ข้อมูลโดย
ก้าวหน้าดอทคอม


ไม่มีความคิดเห็น: